1. ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
2. สามารถกู้เพิ่มได้ แม้จะยังไม่ปิดบัญชี
3. ปิดบัญชีก่อนกำหนด ไม่เสียค่ายกเลิกสัญญา
• สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท วงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่า
ของรายได้ต่อเดือน และมีสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่ง
ประเทศไทยกับสถาบันทางการเงินอื่นไม่เกิน 3 สถาบัน
• สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาท วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อ
เดือนหรือไม่เกิน 300,000 บาท แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะต่ำกว่า
* เฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติ
ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2560 วงเงินที่ได้รับอนุมัติยังคงเท่าเดิม
1. บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20-64 ปี ( จำกัดเฉพาะผู้ที่มีสัญชาติไทย)
2. บุคคลที่มีรายได้ต่อเดือน 6,000 บาท ขึ้นไป (ผู้ที่แสดงสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนได้)
3. อายุการทำงานปัจจุบัน
- พนักงานรายเดือน อายุงาน 1 เดือนขึ้นไป
- พนักงานรายวัน / สัญญาจ้าง อายุงาน 6 เดือนขึ้นไป
4. มีที่พักอาศัย หรือมีที่ทำงานอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการ
5. มีหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
** หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
1. บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา (กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของราชการต้องแสดงบัตรข้าราชการประกอบด้วย)
2. สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด (ถ้าสมุดบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวจะต้องใช้ Statement จากธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด) ตัวจริงพร้อมสำเนา
3. หนังสือรับรองเงินเดือนหรือสลิปเงินเดือนตัวจริง อายุไม่เกิน 60 วัน
หมายเหตุ เอกสารทุกอย่าง ตัวจริงพร้อมสำเนา

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

Input data

ปี
เดือน
บาท/เดือน
  • ข้อตกลง
  •     ข้าพเจ้าผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าของสัญญาฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้กู้”) ขอให้คำมั่นต่อ บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้กู้”) ว่า ผู้กู้ตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้

    1. ตามข้อกำหนดสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไปของบริษัท พรอมิส (ประเทศไทย)(ต่อไปเรียกว่า “ข้อกำหนด”) สัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไป (ต่อไปเรียกว่า “สัญญาฉบับนี้”) จะมีผลบริบูรณ์ เมื่อบริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปเรียกว่า “บริษัท”) ได้อนุมัติคำขอสินเชื่อของบุคคลที่ได้ลงนาม (ต่อไปเรียกว่า “ลูกค้า”) ในใบสมัครและสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไป (ต่อไปเรียกว่า “ใบสมัคร/หนังสือสัญญา”)

    2. บริษัทจะพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อโดยดุลยพินิจของตนเองเมื่อบริษัทอนุมัติคำขอสินเชื่อของลูกค้า บริษัทจะต้องแจ้งลูกค้าให้ทราบถึงวงเงินสินเชื่อของลูกค้าโดยแจ้งเป็นหนังสือ โทรศัพท์ หรือแจ้งด้วยวิธีการอื่นใดที่บริษัทจะกำหนด

    3. ลูกค้าสามารถขอใช้สินเชื่อหลายครั้งภายในวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ โดยขอเบิกสินเชื่อจากเคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท เงินโอนผ่านธนาคารหรือวิธีการอื่นใดที่บริษัทกำหนด บริษัทอาจระงับเงินสินเชื่อทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาอันสมควรที่บริษัทจะพิจารณากำหนดโดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใด ๆ ที่ระบุนี้หรือเมื่อบริษัทตัดสินว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิประโยชน์ของบริษัท หากผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือทางด้านสินเชื่อของลูกค้าลดน้อยลง ลูกค้าจะต้องกรอก/ลงนามและยื่นเอกสารตามที่บริษัทต้องการเมื่อลูกค้าประสงค์จะเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

    4. ลูกค้าจะต้องชำระเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นต้องจ่ายให้แก่บริษัทตามข้อกำหนดนี้ ลูกค้าต้องชำระให้บริษัทไม่น้อยกว่าจำนวนขั้นต่ำที่ระบุในใบสมัคร/หนังสือสัญญา ตามกำหนดวันชำระรายเดือนที่บริษัทและลูกค้าตกลงร่วมกันโดยชำระที่เคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท เคาน์เตอร์ธนาคาร จุดบริการรับชำระเงินของคู่ค้าของบริษัท ทางไปรษณีย์ จากการหักบัญชีธนาคาร หรือวิธีการอื่นใดที่บริษัทกำหนด ลูกค้าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการชำระสินเชื่อตามที่ระบุในข้อกำหนดนี้ เมื่อลูกค้าชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร จุดบริการรับชำระเงินของคู่ค้าของบริษัท ทางไปรษณีย์ หรือหักบัญชีธนาคาร (ต่อไปนี้เรียกว่า "หน่วยงานภายนอก") ลูกค้าต้องชำระภายในเวลาทำการ หรือเวลาให้บริการของสำนักงาน/เคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท หรือของหน่วยงานภายนอกที่รับชำระเงินนั้น

    5. บริษัทจะนำเงินที่ได้รับชำระจากลูกค้าไปหักชำระหนี้ตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (ก) ค่าใช้จ่ายต่างๆ (ข) ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่ค้างชำระ (ค) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ค้างชำระ (ง) ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ (จ) ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ (ฉ) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน (ช)ดอกเบี้ย และ (ซ) เงินต้น

    6. ลูกค้าสามารถขอชำระคืนเงินต้นคงค้างทั้งหมด หรือบางส่วน ก่อนถึงวันที่กำหนดชำระเงินได้ โดยลูกค้าจะต้องชำระพร้อมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นจนถึงวันที่ลูกค้าได้ชำระคืนเงินต้นดังกล่าวข้างต้น

    7. ลูกค้ายินยอมจ่ายดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

      1. ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
        ดอกเบี้ย 15.00%
        ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 9-13.00%
        ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด ไม่มี
        ค่าธรรมเนียมในการจัดทำเอกสาร ไม่มี
      2. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานราชการ
        2.1 ค่าอากรแสตมป์ "1 บาทต่อทุกๆวงเงินที่อนุมัติ 2,000 บาท
        และ 1 บาท สำหรับเศษของ 2,000 บาท"
      3. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงให้แก่หน่วยงานภายนอกหรือบุคคลอื่น
        3.1 ค่าใช้จ่ายในการชำระเงิน
        ชำระที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร 12-35 บาท / ครั้ง
        ชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส 15-25 บาท / ครั้ง
        ชำระที่ทำการไปรษณีย์ไทยและเคาน์เตอร์ที่มีสัญลักษณ์ PAY AT POST 15 บาท / ครั้ง
        ชำระโดยหักบัญชีธนาคาร 10-30 บาท / ครั้ง
        ชำระผ่านเครื่อง ATM 10-30 บาท / ครั้ง
        ชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ 10-30 บาท / ครั้ง
        ชำระผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 10-30 บาท / ครั้ง
        ชำระผ่านระบบ Mobile Banking 10-30 บาท / ครั้ง
        3.2 ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบข้อมูลเครดิต
        (กรณีลูกค้าสมัครใหม่และเปลี่ยนสัญญา)
         
        ผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิต ปรากฎข้อมูลสืบค้นหรือข้อมูลบัญชีอันใดอันหนึ่ง 12 บาท / ครั้ง
        ผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิต ไม่ปรากฎทั้งข้อมูลสืบค้นและข้อมูลบัญชี(ในกรณีที่ผลการอนุมัติไม่ผ่าน จะไม่จัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมตรวจสอบข้อมูลเครดิต) 5 บาท / ครั้ง
        3.3 ค่าใช้จ่ายในกรณีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย(กรณีชำระหนี้โดยการหักบัญชีกับสถาบันการเงินอื่น) ไม่มี
        3.4 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ "พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 4 วัน เป็นต้นไป
        10 บาท/วัน ( สูงสุด 100 บาท )
        พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 31 วันเป็นต้นไป
        100 บาท ต่อ 30 วัน"
      4. ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัท
        4.1 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ "พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 4 วัน เป็นต้นไป
        10 บาท/วัน ( สูงสุด 100 บาท )
        พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 31 วันเป็นต้นไป
        100 บาท ต่อ 30 วัน"
        4.2 ค่าออกบัตรใหม่ กรณีหาย / ชำรุด ไม่มี
        4.3 ค่าขอใบแจ้งยอดบัญชีของแต่ละงวด ( ชุดที่ 2 เป็นต้นไป ) ไม่มี
        4.4 ค่าขอรหัสประจำตัวบัตรใหม่ทดแทนรหัสเดิม (กรณีใช้บัตรในการเบิกถอน) ไม่มี
        4.5 ค่าขอตรวจสอบรายการ ไม่มี
      5. หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการชำระเงินตามข้อ 3.1 หน่วยงานภายนอกนั้นๆจะเป็นผู้กำหนดและค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่เรียกเก็บจริงโดยผู้ให้บริการรับชำระเงิน
    8. ลูกค้าจะสูญเสียประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาทันที โดยไม่ต้องได้รับคำบอกกล่าวจากบริษัท เมื่อมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า และบริษัทสามารถเรียกให้ลูกค้าชำระเงินทั้งหมดได้โดยพลัน

      (ก) ลูกค้าถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ถูกศาลสั่งให้ทรัพย์สินของลูกค้าอยู่ภายใต้การจัดการของศาล หรือศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

      (ข) เมื่อลูกค้าถึงแก่ความตาย

      (ค) เมื่อลูกค้าถูกบังคับคดี ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือยอมให้ถูกยึดหรืออายัดตามกฎหมายหรือคำพิพากษา

    9. ถ้ามีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า บริษัทจะถือว่าเป็นเหตุผิดสัญญา ซึ่งบริษัทจะบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือ เพื่อแก้ไขเหตุผิดสัญญา ดังกล่าวภายในระยะเวลาอันสมควร

      (ก) เมื่อลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญาฉบับนี้

      (ข) เมื่อลูกค้าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมอบเอกสารหลักฐานใดๆที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือเป็นเอกสารปลอมแก่บริษัท

      (ค) เมื่อลูกค้าไม่ชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนของหนี้งวดใดงวดหนึ่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ลูกค้าจะสูญเสียประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาทันที หากลูกค้าไม่แก้ไขเหตุแห่งการผิด สัญญาภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำบอกกล่าว บริษัทมีสิทธิที่จะเรียกให้ลูกค้าชำระหนี้ทั้งหมด ที่ยังคงค้างชำระให้แก่บริษัทได้ทันที

    10. บรรดาคำบอกกล่าวที่บริษัทต้องจัดทำขึ้นเป็นหนังสือตามกฎหมายหรือข้อกำหนดนี้ บริษัทจะดำเนินการจัดส่งคำบอกกล่าวนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ลูกค้าที่ได้ระบุในใบสมัคร/หนังสือสัญญาฉบับนี้ หรือที่อยู่ที่ได้มีการแจ้งครั้งหลังสุด โดยให้ถือว่าเป็นการจัดส่งให้ลูกค้าโดยชอบด้วยกฎหมายและให้ถือว่าลูกค้าได้รับทราบแล้ว ลูกค้าจะต้องแจ้งบริษัทถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ รายละเอียดการติดต่อ สถานที่ทำงาน หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า โดยจะแจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเอกสารที่บริษัทส่งให้แก่ลูกค้านั้นไม่ถึงลูกค้า หรือ ถึงลูกค้าล่าช้า เนื่องจากลูกค้าไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ถือว่าการจัดส่งดังกล่าวได้ไปถึงลูกค้า ณ เวลาที่หนังสือบอกกล่าวนั้นควรไปถึง ลูกค้าอาจเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้ เมื่อวันที่จะได้รับเงินได้ของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไป

    11. ไม่ว่าในระหว่างที่สัญญาฉบับนี้มีผลหรือไม่ บริษัทอาจนำข้อมูลต่างๆของลูกค้าเปิดเผยให้แก่นิติบุคคลใดที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต(ต่อไปนี้เรียกว่า“บริษัทข้อมูลเครดิต”) เพื่อวัตถุประสงค์ในทางกฎหมายและบริษัทข้อมูลเครดิตจะส่งต่อให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนั้นบริษัทอาจใช้ข้อมูลของลูกค้าในการเสนอบริการ/สินค้าที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า ทั้งนี้ลูกค้าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใดๆจากบริษัทที่เกิดจากการกระทำของบริษัทข้างต้น

    12. บริษัทอาจโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนที่บริษัทมีภายใต้สัญญาฉบับนี้แก่บุคคลภายนอก ในกรณีดังกล่าวนี้บริษัทจะต้องบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดของการชำระเงินกู้หรือดอกเบี้ย ก่อนวันที่การโอนสิทธิเรียกร้องมีผลบังคับ

    13. บริษัทอาจมอบหมายให้บุคคลภายนอก เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการติดตามทวงถามหนี้จากลูกค้าได้ และบริษัทอาจให้ข้อมูลต่างๆของลูกค้าแก่บุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเอกสารไปติดตามทวงถามชำระหนี้ได้

    14. บริษัทอาจขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านของลูกค้าจากหน่วยงานของรัฐ เมื่อบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นในการใช้สิทธิเรียกร้องหรือกรณีอื่นใด และบริษัทอาจติดต่อไปยังบุคคลอ้างอิงที่ปรากฏอยู่บนใบสมัคร/หนังสือสัญญาเพื่อประโยชน์ในการทวงถามหนี้ได้ โดยลูกค้าตกลงให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบสมัคร/หนังสือสัญญา และข้อมูลความเป็นหนี้แก่บุคคลอ้างอิงดังกล่าวได้เท่าที่จำเป็นและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

    15. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และวิธีการคิดเงินต้น อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อกำหนดเป็นอัตราและวิธีการตามที่บริษัทเห็นสมควร การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนด

    16. บริษัทจะทำการแจ้งลูกค้าที่ทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยการบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดีในกรณีเร่งด่วนบริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันไม่น้อยกว่า 7 วันและจะส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ลูกค้าในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้อีกครั้งหนึ่ง

    17. ในกรณีที่บริษัทผ่อนผันการชำระหนี้หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดให้แก่ลูกค้า ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิหรือเสียสิทธิอย่างใดๆของลูกค้าภายใต้สัญญาฉบับนี้

    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้สินเชื่อฉบับนี้ ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีความถูกต้องตรงกันทุกประการ ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้โดยตลอดแล้วเห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาและความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการผู้กู้จึงได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาฉบับนี้เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ

ข้อตกลง
ฉันยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการ
อ่านข้อกำหนดในการให้บริการ
หากท่านลูกค้าไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 2 วันทำการ กรุณาติดต่อ Call Center 1751
ปิด

ข้อตกลง

ข้าพเจ้าผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าของสัญญาฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้กู้”) ขอให้คำมั่นต่อ บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้กู้”) ว่า ผู้กู้ตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • 1.

    ตามข้อกำหนดสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไปของบริษัท พรอมิส (ประเทศไทย)(ต่อไปเรียกว่า “ข้อกำหนด”) สัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไป (ต่อไปเรียกว่า “สัญญาฉบับนี้”) จะมีผลบริบูรณ์ เมื่อบริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปเรียกว่า “บริษัท”) ได้อนุมัติคำขอสินเชื่อของบุคคลที่ได้ลงนาม (ต่อไปเรียกว่า “ลูกค้า”) ในใบสมัครและสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนทั่วไป (ต่อไปเรียกว่า “ใบสมัคร/หนังสือสัญญา”)

  • 2.

    บริษัทจะพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อโดยดุลยพินิจของตนเองเมื่อบริษัทอนุมัติคำขอสินเชื่อของลูกค้า บริษัทจะต้องแจ้งลูกค้าให้ทราบถึงวงเงินสินเชื่อของลูกค้าโดยแจ้งเป็นหนังสือ โทรศัพท์ หรือแจ้งด้วยวิธีการอื่นใดที่บริษัทจะกำหนด

  • 3.

    ลูกค้าสามารถขอใช้สินเชื่อหลายครั้งภายในวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ โดยขอเบิกสินเชื่อจากเคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท เงินโอนผ่านธนาคารหรือวิธีการอื่นใดที่บริษัทกำหนด บริษัทอาจระงับเงินสินเชื่อทั้งหมดหรือบางส่วนภายในระยะเวลาอันสมควรที่บริษัทจะพิจารณากำหนดโดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใด ๆ ที่ระบุนี้หรือเมื่อบริษัทตัดสินว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสิทธิประโยชน์ของบริษัท หากผลการตรวจสอบความน่าเชื่อถือทางด้านสินเชื่อของลูกค้าลดน้อยลง ลูกค้าจะต้องกรอก/ลงนามและยื่นเอกสารตามที่บริษัทต้องการเมื่อลูกค้าประสงค์จะเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

  • 4.

    ลูกค้าจะต้องชำระเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นต้องจ่ายให้แก่บริษัทตามข้อกำหนดนี้ ลูกค้าต้องชำระให้บริษัทไม่น้อยกว่าจำนวนขั้นต่ำที่ระบุในใบสมัคร/หนังสือสัญญา ตามกำหนดวันชำระรายเดือนที่บริษัทและลูกค้าตกลงร่วมกันโดยชำระที่เคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท เคาน์เตอร์ธนาคาร จุดบริการรับชำระเงินของคู่ค้าของบริษัท ทางไปรษณีย์ จากการหักบัญชีธนาคาร หรือวิธีการอื่นใดที่บริษัทกำหนด ลูกค้าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการชำระสินเชื่อตามที่ระบุในข้อกำหนดนี้ เมื่อลูกค้าชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร จุดบริการรับชำระเงินของคู่ค้าของบริษัท ทางไปรษณีย์ หรือหักบัญชีธนาคาร (ต่อไปนี้เรียกว่า "หน่วยงานภายนอก") ลูกค้าต้องชำระภายในเวลาทำการ หรือเวลาให้บริการของสำนักงาน/เคาน์เตอร์จุดให้บริการของบริษัท หรือของหน่วยงานภายนอกที่รับชำระเงินนั้น

  • 5.

    บริษัทจะนำเงินที่ได้รับชำระจากลูกค้าไปหักชำระหนี้ตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (ก) ค่าใช้จ่ายต่างๆ (ข) ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่ค้างชำระ (ค) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ค้างชำระ (ง) ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ (จ) ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ (ฉ) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน (ช)ดอกเบี้ย และ (ซ) เงินต้น

  • 6.

    ลูกค้าสามารถขอชำระคืนเงินต้นคงค้างทั้งหมด หรือบางส่วน ก่อนถึงวันที่กำหนดชำระเงินได้ โดยลูกค้าจะต้องชำระพร้อมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นจนถึงวันที่ลูกค้าได้ชำระคืนเงินต้นดังกล่าวข้างต้น

  • 7.

    ลูกค้ายินยอมจ่ายดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ี้

    • 1.

      ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ

      ดอกเบี้ย 15.00%
      ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 9-13.00%
      ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด ไม่มี
      ค่าธรรมเนียมในการจัดทำเอกสาร ไม่มี
    • 2.

      ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานราชการ

      2.1 ค่าอากรแสตมป์
      "1 บาทต่อทุกๆวงเงินที่อนุมัติ 2,000 บาท
      และ 1 บาท สำหรับเศษของ 2,000 บาท"
    • 3.

      ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงให้แก่หน่วยงานภายนอกหรือบุคคลอื่น

      3.1. ค่าใช้จ่ายในการชำระเงิน
      ชำระที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร 12-35 บาท / ครั้ง
      ชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส 15-25 บาท / ครั้ง
      ชำระที่ทำการไปรษณีย์ไทยและเคาน์เตอร์ที่มีสัญลักษณ์ PAY AT POST 15 บาท / ครั้ง
      ชำระโดยหักบัญชีธนาคาร 10-30 บาท / ครั้ง
      ชำระผ่านเครื่อง ATM 10-30 บาท / ครั้ง
      ชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ 10-30 บาท / ครั้ง
      ชำระผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 10-30 บาท / ครั้ง
      ชำระผ่านระบบ Mobile Banking 10-30 บาท / ครั้ง
      3.2 ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบข้อมูลเครดิต
      (กรณีลูกค้าสมัครใหม่และเปลี่ยนสัญญา)
       
      ผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิต ปรากฎข้อมูลสืบค้นหรือข้อมูลบัญชีอันใดอันหนึ่ง 12 บาท / ครั้ง
      ผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิต ไม่ปรากฎทั้งข้อมูลสืบค้นและข้อมูลบัญชี
      (ในกรณีที่ผลการอนุมัติไม่ผ่าน จะไม่จัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมตรวจสอบข้อมูลเครดิต)
      5 บาท / ครั้ง
      3.3 ค่าใช้จ่ายในกรณีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย(กรณีชำระหนี้โดยการหักบัญชีกับสถาบันการเงินอื่น) ไม่มี
      3.4 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้
      "พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 4 วัน เป็นต้นไป
      10 บาท/วัน ( สูงสุด 100 บาท )
      พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 31 วันเป็นต้นไป
      100 บาท ต่อ 30 วัน"
    • 4.

      ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัท

      4.1 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้
      "พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 4 วัน เป็นต้นไป
      10 บาท/วัน ( สูงสุด 100 บาท )
      พ้นกำหนดชำระตั้งแต่ 31 วันเป็นต้นไป
      100 บาท ต่อ 30 วัน"
      4.2 ค่าออกบัตรใหม่ กรณีหาย / ชำรุด ไม่มี
      4.3 ค่าขอใบแจ้งยอดบัญชีของแต่ละงวด ( ชุดที่ 2 เป็นต้นไป ) ไม่มี
      4.4 ค่าขอรหัสประจำตัวบัตรใหม่ทดแทนรหัสเดิม (กรณีใช้บัตรในการเบิกถอน) ไม่มี
      4.5 ค่าขอตรวจสอบรายการ ไม่มี

      หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการชำระเงินตามข้อ 3.1 หน่วยงานภายนอกนั้นๆจะเป็นผู้กำหนดและค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่เรียกเก็บจริงโดยผู้ให้บริการรับชำระเงิน

  • 8.

    ลูกค้าจะสูญเสียประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาทันที โดยไม่ต้องได้รับคำบอกกล่าวจากบริษัท เมื่อมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า และบริษัทสามารถเรียกให้ลูกค้าชำระเงินทั้งหมดได้โดยพลัน
    (ก) ลูกค้าถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ถูกศาลสั่งให้ทรัพย์สินของลูกค้าอยู่ภายใต้การจัดการของศาล หรือศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
    (ข) เมื่อลูกค้าถึงแก่ความตาย
    (ค) เมื่อลูกค้าถูกบังคับคดี ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือยอมให้ถูกยึดหรืออายัดตามกฎหมายหรือคำพิพากษา

  • 9.

    ถ้ามีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้เกิดขึ้นแก่ลูกค้า บริษัทจะถือว่าเป็นเหตุผิดสัญญา ซึ่งบริษัทจะบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือ เพื่อแก้ไขเหตุผิดสัญญา ดังกล่าวภายในระยะเวลาอันสมควร
    (ก) เมื่อลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญาฉบับนี้
    (ข) เมื่อลูกค้าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมอบเอกสารหลักฐานใดๆที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือเป็นเอกสารปลอมแก่บริษัท
    (ค) เมื่อลูกค้าไม่ชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนของหนี้งวดใดงวดหนึ่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ลูกค้าจะสูญเสียประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาทันที หากลูกค้าไม่แก้ไขเหตุแห่งการผิด สัญญาภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำบอกกล่าว บริษัทมีสิทธิที่จะเรียกให้ลูกค้าชำระหนี้ทั้งหมด ที่ยังคงค้างชำระให้แก่บริษัทได้ทันทีี

  • 10.

    บรรดาคำบอกกล่าวที่บริษัทต้องจัดทำขึ้นเป็นหนังสือตามกฎหมายหรือข้อกำหนดนี้ บริษัทจะดำเนินการจัดส่งคำบอกกล่าวนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ลูกค้าที่ได้ระบุในใบสมัคร/หนังสือสัญญาฉบับนี้ หรือที่อยู่ที่ได้มีการแจ้งครั้งหลังสุด โดยให้ถือว่าเป็นการจัดส่งให้ลูกค้าโดยชอบด้วยกฎหมายและให้ถือว่าลูกค้าได้รับทราบแล้ว ลูกค้าจะต้องแจ้งบริษัทถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ รายละเอียดการติดต่อ สถานที่ทำงาน หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า โดยจะแจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเอกสารที่บริษัทส่งให้แก่ลูกค้านั้นไม่ถึงลูกค้า หรือ ถึงลูกค้าล่าช้า เนื่องจากลูกค้าไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ถือว่าการจัดส่งดังกล่าวได้ไปถึงลูกค้า ณ เวลาที่หนังสือบอกกล่าวนั้นควรไปถึง ลูกค้าอาจเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ในแต่ละเดือนได้ เมื่อวันที่จะได้รับเงินได้ของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไป

  • 11.

    ไม่ว่าในระหว่างที่สัญญาฉบับนี้มีผลหรือไม่ บริษัทอาจนำข้อมูลต่างๆของลูกค้าเปิดเผยให้แก่นิติบุคคลใดที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต(ต่อไปนี้เรียกว่า“บริษัทข้อมูลเครดิต”) เพื่อวัตถุประสงค์ในทางกฎหมายและบริษัทข้อมูลเครดิตจะส่งต่อให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนั้นบริษัทอาจใช้ข้อมูลของลูกค้าในการเสนอบริการ/สินค้าที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า ทั้งนี้ลูกค้าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใดๆจากบริษัทที่เกิดจากการกระทำของบริษัทข้างต้น

  • 12.

    บริษัทอาจโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนที่บริษัทมีภายใต้สัญญาฉบับนี้แก่บุคคลภายนอก ในกรณีดังกล่าวนี้บริษัทจะต้องบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดของการชำระเงินกู้หรือดอกเบี้ย ก่อนวันที่การโอนสิทธิเรียกร้องมีผลบังคับ

  • 13.

    บริษัทอาจมอบหมายให้บุคคลภายนอก เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการติดตามทวงถามหนี้จากลูกค้าได้ และบริษัทอาจให้ข้อมูลต่างๆของลูกค้าแก่บุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเอกสารไปติดตามทวงถามชำระหนี้ได้

  • 14.

    บริษัทอาจขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านของลูกค้าจากหน่วยงานของรัฐ เมื่อบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นในการใช้สิทธิเรียกร้องหรือกรณีอื่นใด และบริษัทอาจติดต่อไปยังบุคคลอ้างอิงที่ปรากฏอยู่บนใบสมัคร/หนังสือสัญญาเพื่อประโยชน์ในการทวงถามหนี้ได้ โดยลูกค้าตกลงให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบสมัคร/หนังสือสัญญา และข้อมูลความเป็นหนี้แก่บุคคลอ้างอิงดังกล่าวได้เท่าที่จำเป็นและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

  • 15.

    บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และวิธีการคิดเงินต้น อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อกำหนดเป็นอัตราและวิธีการตามที่บริษัทเห็นสมควร การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนด

  • 16.

    บริษัทจะทำการแจ้งลูกค้าที่ทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยการบอกกล่าวลูกค้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดีในกรณีเร่งด่วนบริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันไม่น้อยกว่า 7 วันและจะส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ลูกค้าในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้อีกครั้งหนึ่ง

  • 17.

    ในกรณีที่บริษัทผ่อนผันการชำระหนี้หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดให้แก่ลูกค้า ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิหรือเสียสิทธิอย่างใดๆของลูกค้าภายใต้สัญญาฉบับนี้

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้สินเชื่อฉบับนี้ ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีความถูกต้องตรงกันทุกประการ ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้โดยตลอดแล้วเห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาและความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการผู้กู้จึงได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาฉบับนี้เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ

ปิด

Confirm data

คำนำหน้า {{general_contact_type}}
ชื่อ {{name}}
นามสกุล {{surname}}
เลขที่บัตรประชาชน {{id_number}}
โทรศัพท์มือถือ {{tel}}
วันเดือนปีเกิด {{birthday_application}}
ที่อยู่ปัจจุบัน {{address_application}}
เขต/อำเภอ {{area_application}}
อาชีพ {{employment_type_application}}
อายุงานปัจจุบัน {{experience_years}} ปี {{experience_months}} เดือน
อายุงานปัจจุบัน {{month_income}} บาท/เดือน
ฉันยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการ

Complete data

ขอบคุณสำหรับการสมัครสินเชื่อพรอมิส
เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ
※ หากท่านไม่ได้รับการติดต่อกลับ กรุณาติดต่อ Call Center 1751
หากท่านลูกค้าไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 2 วันทำการ กรุณาติดต่อ Call Center 1751