นโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ

Submitted by root on Sat, 09/29/2018 - 16:11
นโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ

นโยบายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และการฟอกเงิน

เพื่อให้เป็นไปตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อให้บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จํากัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัทฯ”) ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ทางบริษัทฯ จึงได้มีการกำหนดนโยบายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และการฟอกเงิน (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “นโยบายนี้”) ขึ้น

  1. 1. การควบคุมดูแลสินค้า
    1.1. สินค้าและบริการของบริษัทฯ ในปัจจุบัน
    ในการควบคุมดูแลความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการฟอกเงินในส่วนของสินค้าและบริการ หรือการใช้บริการ หรือที่มาของธุรกรรมในปัจจุบันของทางบริษัทฯ บริษัทฯ จะพิจารณาความเสี่ยงในสินค้าและบริการแต่ละประเภท หรือการใช้บริการ หรือที่มาของธุรกรรมไปพร้อมกับความเสี่ยงอื่นๆ ของลูกค้าโดยรวมด้วย
    1.2. สินค้าและบริการใหม่ของบริษัทฯ
    ในกรณีที่บริษัทฯ มีการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ หรือมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังต่อไปนี้เข้ามาใช้ บริษัทฯ จะดำเนินมาตราการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการฟอกเงิน
    (1) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือต่างๆ ที่บริษัทฯ นำมาใช้ในปัจจุบัน ซึ่งได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับเส้นทางในการให้บริการด้านการเงินหรือการนำเสนอสินค้า การพบปะ ติดต่อ เข้าหา การสร้างสัมพันธ์ทางธุรกรรมกับกลุ่มลูกค้า การทำธุรกรรม หรือการสานต่อความสัมพันธ์ทางธุรกรรมมาใช้ หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมอยู่ด้วย
    (2) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือต่างๆ ที่บริษัทฯ ใช้เป็นเส้นทางในการให้บริการ
    (3) สินค้าด้านการเงินที่ได้มีการพัฒนาขึ้นใหม่ และจะนำมาใช้หรือนำมาจำหน่ายในอนาคต ซึ่งได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับเส้นทางในการให้บริการด้านการเงินหรือการนำเสนอสินค้า การพบปะ ติดต่อ เข้าหา การสร้างสัมพันธ์ทางธุรกรรมกับกลุ่มลูกค้า การทำธุรกรรม หรือการสานต่อความสัมพันธ์ทางธุรกรรมมาใช้ หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมอยู่ด้วย
    ในกรณีที่การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือเครื่องมือมีความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ (1) การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการฟอกเงิน (2) การละเมิดกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือ (3) มีความเสี่ยงทั้งข้อ (1) และ (2) พนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องจะสามารถรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้นได้ จากมาตรการลดความเสี่ยงและวิธีการประเมินสถานะในการดำเนินการตามมาตรการ ในกรณีที่ไม่สามารถลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ พนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องจะระงับการใช้งานหรือระงับการอนุญาตให้ใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือเครื่องมือนั้น
  2. 2. การจัดให้ลูกค้าแสดงตน การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการปฏิเสธการรับลูกค้า
    2.1. การจัดให้ลูกค้าแสดงตน
    ทางบริษัทฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการที่เกี่ยวกับการแสดงตัวตนของลูกค้าตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง ข้อบังคับ และประกาศ โดยจะจัดให้ลูกค้าแสดงตนด้วยการให้ลูกค้าเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า
    2.2. การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
    ทางบริษัทฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการที่เกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง ข้อบังคับ และประกาศ
    2.2.1 ในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทฯ จะปฏิบัติดังต่อไปนี้
    • ระบุตัวลูกค้า และตรวจสอบตัวตนของลูกค้า
    • นำข้อมูลของลูกค้าไปตรวจเทียบกับ “รายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด” ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ปปง.”) ได้ประกาศไว้
    • ตราบใดที่ยังมีการทำธุรกรรมกับลูกค้า ทางบริษัทฯ จะทำการสำรวจผลการทำธุรกรรม และข้อมูลของลูกค้าเพื่อให้เป็นข้อมูลล่าสุดอยู่ตลอดเวลา
    • ในการตรวจสอบระดับความเสี่ยงของลูกค้า จะตรวจสอบในส่วนขององค์ประกอบที่เกี่ยวกับประเทศหรือเขตพื้นที่ไปพร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆ
    2.2.2. สำหรับลูกค้าที่มีระดับความเสี่ยงสูง จะดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมตามความจำเป็น
    2.2.3. ในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า จะดำเนินการบริหารความเสี่ยง โดยการพิจารณาตามผลการตรวจสอบ และอ้างอิงตามรายงานการตรวจสอบความเสี่ยง
    2.3. การปฏิเสธลูกค้า
    ในกรณีตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทฯ จะปฏิเสธการทำธุรกรรมกับลูกค้า
    • กรณีที่ลูกค้าเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามประกาศของ ปปง.
    • กรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบเอกสารแสดงตนของลูกค้าได้ หรือกรณีที่ข้อมูลที่ได้รับมาไม่เพียงพอ
    • กรณีที่ลูกค้าใช้นามแฝงหรือชื่อปลอม กรณีที่ให้ข้อมูลเท็จ กรณีที่แสดงเอกสารปลอม หรือกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับเอกสารการแสดงตัวตน
    • กรณีที่ระดับความเสี่ยงของลูกค้าสูงถึงขนาดที่อาจจะมีโอกาสที่บริษัทฯ จะถูกนำใช้ไปในการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือการฟอกเงินได้
  3. 3. การทำธุรกรรมของลูกค้า
    3.1. การตรวจสอบเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของลูกค้า
    แม้ข้อมูลของลูกค้าจะไม่ตรงกับรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามประกาศของ ปปง. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบข้อมูลโดยนำเงื่อนไขและวิธีการที่เกี่ยวกับการแสดงตัวตนของลูกค้าตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง ข้อบังคับ และประกาศมาใช้อ้างอิง เพื่อตรวจสอบว่าลูกค้ามีส่วนเกี่ยวข้องหรืออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือไม่
    3.2. การรายงานไปยัง ปปง.
    ในกรณีตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทฯ จะถือว่าเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และจะรายงานไปยัง ปปง.
    • กรณีมีเหตุผลเพียงพอที่ทำให้เชื่อได้ว่า การทำธุรกรรมกับลูกค้านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
    • กรณีที่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามประกาศของ ปปง.
    • กรณีมีเหตุผลเพียงพอที่ทำให้เชื่อได้ว่า การทำธุรกรรมกับลูกค้านั้นเป็นการหรืออาจจะเป็นการทำธุรกรรมเพื่อผู้ที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามประกาศของ ปปง.
  4. 4. การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และการฟอกเงิน

    บริษัทฯ จะปฏิบัติตาม “พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน” และคำสั่ง ข้อบังคับ คำประกาศ และสิ่งอื่นๆ ตามที่ ปปง. กำหนด และจะพยายามป้องกันมิให้บริษัทฯ ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการฟอกเงิน

    ในการดำเนินการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการฟอกเงิน ทางบริษัทฯ ได้จัดตั้งข้อบังคับขึ้นตามนโยบายนี้ และจะดำเนินการดังต่อไปนี้

    4.1. รับและตรวจสอบลูกค้า โดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    4.2. ตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าหรือลูกค้าเก่าที่มีชื่อตรงกับ “รายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด” และรายงานไปยังปปง.
    4.3. ตัดการสร้างสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการฟอกเงิน และระงับการดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมและทรัพย์สิน
    4.4. รายงานธุรกรรมที่ใช้เงินสดและธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไปยัง ปปง.
  5. 5. การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามนโยบายนี้
    กรรมการ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามระเบียบและนโยบายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และการฟอกเงิน เพื่อให้เป็นไปตามที่ได้กล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะทำการแนะนำ กรรมการ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ในเรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบและนโยบายนี้ เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ “พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน”
บริษัทฯ ถือว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท