ค่าใช้จ่ายมีลูก

ค่าใช้จ่ายมีลูกมีค่าอะไรบ้าง สรุปงบประมาณที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้

02/06/2569
ไลฟ์สไตล์

การเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นโซ่ทองคล้องใจของครอบครัว นอกเหนือจากการมอบความรัก ความอบอุ่น และการอบรมสั่งสอนที่ดีแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "ปัจจัยทางด้านการเงิน" คือหนึ่งในรากฐานสำคัญที่สุดในการหล่อเลี้ยงและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกน้อยให้เติบโตได้อย่างมีความสุข สำหรับคุณแม่มือใหม่และคนทำงานออฟฟิศ การเรียนรู้โครงสร้างค่าใช้จ่ายมีลูกทั้งหมดถือเป็นก้าวแรกที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนคลังและบริหารจัดการพอร์ตครอบครัวระยะยาวได้อย่างมั่นคงและราบรื่นที่สุด

เหตุผลที่พนักงานประจำต้องประเมินค่าใช้จ่ายมีลูกล่วงหน้า

ค่าใช้จ่ายมีลูก


การก้าวเข้าสู่บทบาทคุณพ่อคุณแม่สำหรับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตและการบริหารจัดการเงินสดรายเดือนครั้งใหญ่ การสะสางงบประมาณและตรวจสอบค่าใช้จ่ายมีลูกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม โดยมีเหตุผลสำคัญที่ผู้มีรายได้ประจำต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าดังต่อไปนี้

  • ช่วยปรับฐานและจัดสรรโครงสร้างรายจ่ายประจำเดือน: รายได้ประจำที่เคยใช้สอยส่วนบุคคลจะถูกแบ่งไปรองรับสิ่งของจำเป็นของลูกน้อย การคำนวณไว้ก่อนจะช่วยปรับฐานวินัยการเงินได้ทันเวลาโดยไม่เกิดภาวะตึงตัว
  • ลดความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องกะทันหัน: การมีลูกส่งผลให้เกิดสัดส่วนรายจ่ายถาวรเพิ่มขึ้นในบัญชี เช่น ค่านม ค่าแพมเพิส การประเมินล่วงหน้าจะช่วยให้ครอบครัวจัดงบรับมือได้อย่างปลอดภัย
  • สร้างโอกาสในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกรัก: ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานพยาบาลสำหรับการทำคลอด หรือการเลือกโรงเรียนในอนาคต การเตรียมงบไว้พร้อมจะช่วยให้พ่อแม่มีทางเลือกที่กว้างขวางและเหมาะสมที่สุดเพื่อคุณภาพชีวิตของลูก
  • รองรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์เหนือการควบคุม: ป้องกันความตึงเครียดทางการเงินในบ้านหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น สมาชิกในครอบครัวเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือสภาวะเศรษฐกิจผันผวน

เจาะลึก 5 หมวดค่าใช้จ่ายมีลูก ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงวัยเรียน

ค่าใช้จ่ายมีลูก


เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เห็นโครงสร้างเม็ดเงินสะสมที่จะต้องใช้ในการฟูมฟักเยาวชนหนึ่งคนให้เติบใหญ่ได้อย่างชัดเจน เราสามารถจำแนกรายละเอียดค่าใช้จ่ายมีลูกออกเป็น 5 หมวดหมู่สำคัญในรูปแบบรายการที่เข้าใจง่าย ดังนี้

1. งบประมาณการตั้งครรภ์และค่าฝากครรภ์จนถึงวันคลอด

  • ค่าตรวจสุขภาพและฝากครรภ์: โรงพยาบาลรัฐบาลเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ส่วนโรงพยาบาลเอกชนเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 – 50,000 บาท
  • ค่าตรวจอัลตราซาวนด์: ประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ต่อครั้ง
  • ค่าอาหารบำรุงและวิตามินคุณแม่: เฉลี่ยประมาณ 2,000 – 5,000 บาท ต่อเดือน
  • ค่าทำคลอดธรรมชาติ: โรงพยาบาลรัฐบาลประมาณ 5,000 – 20,000 บาท ส่วนโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 30,000 – 90,000 บาท
  • ค่าผ่าคลอดบุตร: โรงพยาบาลรัฐบาลประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ส่วนโรงพยาบาลเอกชนเฉลี่ยอยู่ที่ 60,000 – 150,000 บาท (ควรเตรียมงบสำรองเผื่อกรณีมีภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์)

2. สรุปค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดและของใช้ทารก

  • ค่านมและผ้าอ้อมสำเร็จรูป: ค่านมผงดัดแปลงสำหรับทารก (กรณีไม่ได้ทานนมแม่) และแพมเพิส เฉลี่ยประมาณเดือนละ 3,000 – 10,000 บาท
  • ของใช้จำเป็นสำหรับทารก: ได้แก่ ขวดนม เครื่องปั๊มนม เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำ และคาร์ซีทสำหรับความปลอดภัยในการเดินทาง
  • ค่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพ: สำหรับพนักงานประจำที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและต้องกลับไปทำงานออฟฟิศ มีรายจ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 10,000 – 20,000 บาท

3. งบประมาณด้านการศึกษาของลูกรักตั้งแต่เตรียมอนุบาล

  • เกณฑ์ค่าเทอมโรงเรียนรัฐบาล: เริ่มต้นตั้งแต่ระดับ 3,000 – 30,000 บาท ต่อภาคเรียน (ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา)
  • เกณฑ์ค่าเทอมโรงเรียนเอกชน / หลักสูตรสองภาษา (EP): เฉลี่ยประมาณ 15,000 – 50,000 บาท ต่อภาคเรียน
  • เกณฑ์ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ: โครงสร้างราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงแตะระดับหลักล้านบาทต่อปี
  • ระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย): ภาคเอกชนจะมีสัดส่วนค่าเรียนต่อเทอมประมาณ 30,000 – 50,000 บาท ซึ่งสูงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลที่เฉลี่ยประมาณ 15,000 – 25,000 บาท

4. รายจ่ายด้านการส่งเสริมศักยภาพและคอร์สเรียนพิเศษ

  • ค่าเรียนพิเศษทางวิชาการ: เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบแข่งขัน ราคาเริ่มต้นประมาณคอร์สละ 3,000 – 5,000 บาท
  • ค่าคอร์สกิจกรรมเสริมทักษะเฉพาะทาง: เช่น คอร์สเรียนดนตรีสากล คอร์สศิลปะ หรือการฝึกซ้อมกีฬา ราคาแปรผันกว้างตั้งแต่ 1,500 – 50,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายในการทัศนศึกษา: เพื่อเปิดโลกกว้างและการเรียนรู้นอกห้องเรียน เฉลี่ยครั้งละ 1,000 – 10,000 บาท
  • ค่าหนังสือและสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล: ชุดหนังสืออ่านนอกเวลาและอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้ ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท

5. ทุนสำรองด้านสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย

  • ค่าใช้จ่ายกรณีแอดมิตโรงพยาบาลเอกชน: โรคระบาดในเด็กตามฤดูกาล (เช่น ไข้หวัดใหญ่, RSV, ท้องเสีย) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยครั้งละ 30,000 – 50,000 บาท
  • เงินทุนสำรองด้านสุขภาพขั้นต้น: ควรจัดตั้งวงเงินสดสำรองไว้ไม่น้อยกว่า 50,000 – 100,000 บาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าแพทย์ ค่ายา และค่าห้องพัก
  • เบี้ยประกันสุขภาพเด็ก: การแบ่งงบประมาณไปจัดซื้อแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายรายปี จะช่วยลดความผันผวนของกระแสเงินสดในครอบครัวได้ดี

การจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายมีลูกต่อเดือนในชีวิตจริง

ค่าใช้จ่ายมีลูก


เมื่อนำรายจ่ายทั้งหมดมากางคำนวณในวิถีชีวิตประจำวันของพนักงานออฟฟิศ ระดับการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายมีลูกของแต่ละครัวเรือนย่อมมีความแตกต่างกันตามความจำเป็นและสไตล์การเลี้ยงดู โดยสามารถสรุปแนวทางการจัดงบประมาณรายเดือนแบ่งออกเป็นกลุ่มข้อมูลได้ดังนี้

  • กลุ่มครอบครัวผ่อนสบาย (งบประมาณปานกลาง): ควรจัดสรรเงินสดสำรองเฉพาะสำหรับลูกไว้ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ต่อเดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการซื้อแพมเพิส ค่านม อาหารเสริม และสัดส่วนค่าเดินทางพื้นฐาน
  • กลุ่มครอบครัวพรีเมียม (งบประมาณระดับสูง): สำหรับครอบครัวที่มีการจัดหาพี่เลี้ยงเด็ก เลือกใช้สิ่งของออร์แกนิก หรือส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่พรีเมียม จะมีสัดส่วนรายจ่ายขยับตัวอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท ต่อเดือน ขึ้นไป
  • กรณีส่งเงินให้ปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยงดู: สำหรับคุณพ่อคุณแม่พนักงานประจำที่ต้องทำงานออฟฟิศต่อเนื่องและส่งลูกกลับไปให้ญาติผู้ใหญ่ช่วยดูแลที่ต่างจังหวัด เกณฑ์การส่งงบประมาณที่เหมาะสมจะอยู่ที่ราว 5,000 – 10,000 บาท ต่อเดือน เช่นกัน เพื่อให้ครอบคลุมค่าครองชีพของเด็กและเป็นค่าเหนื่อยให้ผู้สูงอายุ

พรอมิส ผู้ช่วยเสริมสภาพคล่องรองรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

หากค่าใช้จ่ายมีลูกช่วงเปิดเทอมหรือยามเจ็บป่วยฉุกเฉินทำให้พนักงานประจำตึงมือ การเลือกพึ่งพาสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมาย เป็นทางออกที่ดีในการรักษาสภาพคล่อง พรอมิสพร้อมแนะนำระบบสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* ที่สมัครง่าย ไม่ต้องค้ำประกัน หรือเลือกสมัครสินเชื่อผ่านช่องทางสินเชื่อออนไลน์ อนุมัติไว* ถูกกฎหมาย เพื่อประคองระบบการเงินของครอบครัวได้อย่างปลอดภัย

สรุปแนวทางบริหารพอร์ตครอบครัวและทำสัญญาเงินกู้อย่างปลอดภัย

การตระหนักรู้และหมั่นอัปเดตข้อมูลโครงสร้างค่าใช้จ่ายมีลูกอย่างละเอียด ถือเป็นหน้าที่พื้นฐานในการสร้างรากฐานครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงในระยะยาว พนักงานประจำสามารถใช้เทคนิคการออมเงินล่วงหน้าและการทำประกันภัยมาช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้ 


สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่เผชิญสถานการณ์จำเป็นเฉียบพลันและต้องการพึ่งพาพอร์ตเครดิตในระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัย การเลือกรับบริการจากพรอมิสผ่านกระบวนการจัดการของระบบสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* จะเป็นทางออกที่ช่วยเติมเต็มสภาพคล่องรายเดือนได้อย่างปลอดภัย โดยคุณสามารถเลือกยื่นเรื่องได้อย่างสะดวกสบายผ่านช่องทางสินเชื่อออนไลน์ อนุมัติไว* ถูกกฎหมาย เพื่อให้สภาวะทางการเงินและการฟูมฟักลูกรักของคุณขับเคลื่อนไปได้อย่างไม่มีสะดุด

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มเก็บเงินสำรองค่าใช้จ่ายมีลูก ล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์กี่ปี

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ควรเริ่มต้นวางแผนและจัดสรรบัญชีออมเงินสำรองแยกเฉพาะสำหรับค่าใช้จ่ายมีลูกล่วงหน้าอย่างน้อย 1 - 2 ปี ก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อสะสมทุนตั้งต้นสำหรับค่าแพ็กเกจฝากครรภ์ คลินิกตรวจครรภ์ และเตรียมความพร้อมของกระแสเงินสดหมุนเวียนรายเดือน

กรณีส่งให้ปู่ย่าช่วยเลี้ยง ควรโอนเงินค่าใช้จ่ายลูกเดือนละเท่าไหร่

จำนวนเม็ดเงินจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างค่าครองชีพในพื้นที่และข้อตกลงร่วมกัน โดยเกณฑ์เฉลี่ยพื้นฐานทั่วไปที่แนะนำสัดส่วนเพื่อความผ่อนสบายจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ต่อเดือน เพื่อให้ครอบคลุมค่านม ค่าอาหาร อุปกรณ์การเรียน และเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้ผู้สูงอายุ

หากเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายมีลูก สามารถสมัครสินเชื่อได้ไหม

หากผู้กู้เป็นพนักงานประจำที่มีประวัติเครดิตบูโรที่ดี มีเอกสารรายรับสอดคล้องตามเกณฑ์ และทำงานประจำอย่างต่อเนื่อง สามารถยื่นเรื่องสมัครรับวงเงินสินเชื่อในระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อนำเงินสดมาจัดสรรบรรเทาเหตุจำเป็นเร่งด่วนของบุตรหลานได้อย่างปลอดภัย

 

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

ค่าใช้จ่ายลูก
พ่อแม่มือใหม่
ค่าคลอดบุตร
สินเชื่อพรอมิส
อ่านต่อ​