ภาษีคริปโตคืออะไร เช็กเกณฑ์คำนวณและวิธียื่นภาษี
การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในช่องทางการทำกำไรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มพนักงานประจำและนักลงทุนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับการเทรดคือเรื่องภาษีคริปโต เนื่องจากกำไรจากการซื้อขาย โอน หรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร การรู้วิธีคำนวณและเกณฑ์การยื่นภาษีคริปโตอย่างถูกต้องจึงช่วยให้จัดการเงินได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาภาษีย้อนหลัง
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายภาษีคริปโตล่าสุด

ข้อกำหนดเกี่ยวกับภาษีคริปโตมีการปรับปรุงมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการลงทุนจริงและสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับผู้มีเงินได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล
พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล และเกณฑ์ภาษีคริปโต
ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้ผลประโยชน์หรือกำไรจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ซ) และ (ฌ) ผู้ลงทุนที่มีกำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนจึงมีหน้าที่นำส่วนต่างกำไรดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษีคริปโตประจำปี
มาตรการผ่อนปรนการนำผลขาดทุนมาหักลบกำไรในระบบ
กรมสรรพากรมีมาตรการผ่อนปรนการจัดเก็บภาษีคริปโต เพื่อสนับสนุนนักลงทุนโดยมีเงื่อนไขดังนี้
- สามารถนำผลขาดทุนจากการเทรดมาหักลบกับกำไรที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้
- สิทธิการนำผลขาดทุนมาหักลบจะใช้ได้เฉพาะการทำธุรกรรมผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น
- ช่วยลดภาระภาษีคริปโตของผู้ลงทุนที่ทำรายการผ่านกระดานเทรดในประเทศอย่างเป็นธรรม
เกณฑ์การยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม
เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม ภาครัฐได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ดังนี้
- ยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สำหรับการซื้อขายผ่าน Exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต.
- ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มคริปโต สำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
- การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มคริปโต ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องแบกรับภาระภาษีซ้ำซ้อนในทุกรอบการทำธุรกรรม
วิธีการคำนวณต้นทุนและการยื่นภาษีคริปโตประจำปี

การยื่นภาษีคริปโต จำเป็นต้องอาศัยการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เพื่อให้ได้ตัวเลขกำไรสุทธิมาใส่ในแบบแสดงรายการภาษี
การคำนวณต้นทุนแบบ FIFO และ Moving Average Cost
การคิดต้นทุนเพื่อยื่นภาษีคริปโต สามารถเลือกทำได้ 2 วิธี คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (First-In, First-Out: FIFO) ซึ่งถือว่าคริปโตที่ซื้อมาก่อนจะถูกขายออกไปก่อนตามลำดับ หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Cost) ซึ่งคำนวณเฉลี่ยต้นทุนทุกครั้งที่มีการซื้อเพิ่ม โดยเมื่อเลือกวิธีคำนวณวิธีใดแล้ว จะต้องใช้วิธีนั้นต่อเนื่องตลอดปีภาษี
เกณฑ์ราคาอ้างอิงและการนำกำไรจากต่างประเทศมายื่น
กรณีต้องประเมินมูลค่าสินทรัพย์เพื่อคิดภาษีคริปโตให้ใช้ราคาอ้างอิงจากศูนย์ซื้อขายในไทย หรือใช้อัตราอ้างอิงจากเว็บไซต์ชั้นนำอย่าง CoinMarketCap แปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนการนำกำไรจากการเทรดในต่างประเทศมารวมยื่น จะคิดเฉพาะกรณีที่นักลงทุนอยู่ในประเทศไทยรวมกันเกิน 180 วันในปีนั้น และมีการนำเงินกำไรดังกล่าวกลับเข้ามาในประเทศไทย
เงื่อนไขกรณีได้รับการยกเว้นการเสียภาษีเงินได้บุคคล
นักลงทุนอาจได้รับสิทธิยกเว้นการเสียภาษีคริปโต หากเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้ที่มีรายได้จากการเทรดเพียงอย่างเดียวและมีกำไรสุทธิตลอดปีไม่เกินเกณฑ์ยกเว้นภาษีขั้นต่ำ หรือผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต่าง ๆ จนทำให้เงินได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
การวางแผนทางการเงินและการบริหารคลังครัวเรือน

การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโทเคอร์เรนซี จำเป็นต้องอาศัยการบริหารคลังครัวเรือนอย่างมีวินัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องตามมา
การจัดสรรรายรับรายจ่ายจากการลงทุนประจำเดือน
พนักงานประจำที่แบ่งเงินมาลงทุนควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ แยกพอร์ตเงินลงทุนออกจากค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน และบันทึกประวัติการซื้อขายเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณภาษีคริปโตประจำปี
การสำรองเงินฉุกเฉินเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
เนื่องจากการลงทุนมีโอกาสเกิดผลขาดทุน นักลงทุนจึงควรรักษาสภาพคล่องด้วยการสำรองเงินสดฉุกเฉินไว้ประมาณ 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อให้มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็นโดยไม่ต้องเร่งขายสินทรัพย์ออกมาในราคาขาดทุน
สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส วงเงินสำรองยามฉุกเฉิน
หากพนักงานประจำต้องการวงเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับหมุนเวียนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ชำระค่าบริการ หรือเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส ซึ่งอนุมัติวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* ด้วยอัตราดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี สมัครง่าย ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน เพียงเป็นพนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป ยื่นสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน โดยสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน PROMISE ได้โดยไม่ต้องไปสาขา* และทราบผลอนุมัติใน 1 ชั่วโมง*
สรุปการจัดการภาษีคริปโต เพื่อความมั่นคงทางการเงิน
การศึกษาและปฏิบัติตามเกณฑ์ภาษีคริปโตอย่างถูกต้อง ถือเป็นหน้าที่ของนักลงทุนทุกคนเพื่อการวางแผนทางการเงินที่โปร่งใสและยั่งยืน การเลือกใช้กระดานเทรดที่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มคริปโต และนำผลขาดทุนมาหักลบกำไร ควบคู่กับการบริหารเงินออมสำรอง จะช่วยให้นักลงทุนเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีคริปโต
ขายคริปโตแล้วกำไรแต่ยังไม่ถอนเงิน ต้องยื่นภาษีไหม
ต้องยื่นคำนวณภาษีคริปโต เนื่องจากตามหลักประมวลรัษฎากร ถือว่ามีเงินได้พึงประเมินเกิดขึ้นทันทีเมื่อเกิดรายการขายหรือแลกเปลี่ยนสำเร็จ แม้จะยังไม่ได้ถอนเงินสดออกจาก Exchange ก็ตาม
การยื่นภาษีคริปโต ต้องแนบหลักฐานเอกสารหรือไม่
ในการยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing สามารถกรอกตัวเลขเงินได้สุทธิลงไปได้เลยโดยไม่ต้องแนบเอกสาร แต่ควรดาวน์โหลดประวัติการทำรายการ (Trade History) และ Statement บันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐานเผื่อได้รับการขอ ตรวจสอบย้อนหลัง
ขาดสภาพคล่องจากการลงทุน ควรบริหารเงินอย่างไร
ควรหยุดการลงทุนชั่วคราว วางแผนตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบริหารจัดการสภาพคล่องเงินสดในมือให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป