แฮร์คัทคืออะไร รู้จักเทคนิคการเคลียร์หนี้แบบล้างหน้ากระดาน พร้อมข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้

16/02/2569
สินเชื่อน่ารู้

เมื่อภาระหนี้สินเริ่มพอกพูนจนการจ่ายขั้นต่ำไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป หลายคนอาจเริ่มมองหาเทคนิคปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรนี้ได้อย่างยั่งยืน การทำแฮร์คัทจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยล้างหน้ากระดานหนี้เสียให้จบลงเร็วขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกระบวนการนี้อย่างละเอียด พร้อมเจาะลึกข้อดีและข้อเสียที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การเคลียร์หนี้แบบแฮร์คัทคืออะไร

การเคลียร์หนี้แฮร์คัท


แฮร์คัท คือ กระบวนการเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อขอลดหย่อนหนี้สินที่ค้างชำระทั้งหมดลงส่วนหนึ่ง แล้วลูกหนี้จะนำเงินก้อนมาชำระปิดบัญชีในครั้งเดียว หรือตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งคำว่า “แฮร์คัท” เปรียบเสมือนการตัดผมส่วนเกินออก เพื่อให้เหลือเพียงยอดหนี้สุทธิที่ตกลงกันใหม่ ทำให้ยอดหนี้ลดลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดและช่วยให้ปิดบัญชีหนี้เสียได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แฮร์คัทเหมาะกับลูกหนี้แบบไหน

การทำแฮร์คัทมักจะเหมาะกับลูกหนี้ที่เริ่มมีประวัติค้างชำระหนี้สะสมมานานจนกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) และเจ้าหนี้เลิกหวังที่จะได้รับชำระตามปกติ แต่ลูกหนี้ยังมีความตั้งใจที่จะปิดภาระให้สิ้นซาก โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินก้อนสำรองอยู่จำนวนหนึ่ง แม้เงินก้อนนั้นจะไม่เท่ากับยอดหนี้ทั้งหมดในสัญญาเดิม แต่ก็เพียงพอที่จะยื่นข้อเสนอขอส่วนลดเพื่อปิดจบปัญหาหนี้สินในคราวเดียว

ผลดีและผลเสียของลูกหนี้ในการทำแฮร์คัท

ขั้นตอนทำแฮร์คัท


การเลือกใช้แนวทางแฮร์คัท เปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีผลกระทบหลายด้าน ซึ่งลูกหนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจทั้งสองฝั่งเพื่อให้เห็นภาพรวมที่แท้จริงก่อนเริ่มต้นการเจรจา

ผลดีของลูกหนี้ในการทำแฮร์คัท

  • ช่วยปลดภาระหนี้ให้จบลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่อนชำระต่อเนื่องในระยะยาว
  • ได้รับส่วนลดจากยอดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ทำให้จ่ายคืนน้อยกว่ายอดจริงในสัญญาเดิม
  • หยุดการทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้เมื่อปิดบัญชีสำเร็จ ช่วยลดความเครียดสะสมในการดำเนินชีวิต

ผลเสียของลูกหนี้ในการทำแฮร์คัท

  • เสียประวัติเครดิตบูโรอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากต้องมีการค้างชำระจนเป็นหนี้เสียก่อนจึงจะเจรจาได้
  • ส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อใหม่ในอนาคต เพราะสถาบันการเงินจะมองเห็นประวัติการปรับโครงสร้างหนี้
  • อาจมีภาระทางภาษีหรือค่าธรรมเนียมทางกฎหมายเกิดขึ้นหากกระบวนการลุกลามไปถึงขั้นตอนการฟ้องร้อง

การทำแฮร์คัทเหมาะกับใคร

แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้หนี้ลดลง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้สะดวก โดยกลุ่มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำแฮร์คัท ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติค้างชำระหนี้ต่อเนื่องเกิน 90 วันขึ้นไปจนสถานะบัญชีเป็นหนี้เสีย
  • พนักงานประจำที่มีเงินออมก้อนหนึ่งหรือได้รับเงินชดเชย ซึ่งพร้อมนำมาปิดหนี้ในครั้งเดียว
  • ลูกหนี้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทางการเงินและยอมรับได้กับการเสียประวัติเครดิตในช่วงเวลาหนึ่ง

6 ขั้นตอนการทำแฮร์คัท

6 ขั้นตอนการทำแฮร์คัท


หากคุณประเมินแล้วว่า แฮร์คัท คือ ทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน การดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้คุณรักษาสิทธิ์ของตนเองได้อย่างครบถ้วน

1. เจรจาและตกลงกับเจ้าหนี้

เริ่มต้นด้วยการติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินเพื่อแจ้งความประสงค์ขอปิดบัญชีด้วยเงินก้อน และเจรจาขอส่วนลดที่คุณมีความสามารถชำระได้จริง การเจรจานี้อาจใช้เวลาหลายครั้งจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย

2. รอเอกสารยืนยัน

เมื่อตกลงยอดเงินได้แล้ว ห้ามโอนเงินชำระเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับเอกสารยืนยันส่วนลดเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าหากชำระยอดที่ตกลงกันใหม่แล้ว หนี้ที่เหลือทั้งหมดจะถูกระงับไป

3. ตรวจสอบเอกสาร

เมื่อได้รับหนังสือยืนยันส่วนลดหนี้ ต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชี ยอดเงินที่ต้องชำระ และวันที่กำหนดชำระให้ถูกต้องแม่นยำ หากมีข้อมูลใดผิดพลาดต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้แก้ไขทันที

4. เตรียมเอกสารส่วนตัว

จัดเตรียมสำเนาบัตรประชาชน และเอกสารแสดงรายได้ล่าสุดในกรณีที่ต้องใช้ประกอบการบันทึกข้อมูลปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้สามารถปิดรอบบัญชีได้ตามระเบียบของธนาคาร

5. ชำระหนี้ตามเงื่อนไข

ดำเนินการชำระเงินตามยอดและภายในเวลาที่ระบุในหนังสือยืนยันอย่างเคร่งครัด พร้อมเก็บสลิปหรือหลักฐานการโอนเงินไว้เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการยืนยันความบริสุทธิ์ใจและการทำตามข้อตกลง

6. ขอเอกสารยืนยันการชำระหนี้

หลังจากชำระแล้วประมาณ 30-45 วัน ต้องขอ "หนังสือยืนยันการปิดบัญชี" หรือใบปลอดหนี้จากเจ้าหนี้ เพื่อใช้ยืนยันสถานะบัญชีว่าหนี้สินดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว และใช้ประกอบการตรวจสอบสถานะในเครดิตบูโรต่อไป

สรุปบทความ 

การเลือกทำแฮร์คัท เป็นเทคนิคการจัดการหนี้ที่รวดเร็วแต่ต้องแลกมาด้วยประวัติเครดิตบูโรที่เปลี่ยนไป ดังนั้นควรวางแผนอย่างรอบคอบและเลือกใช้ในยามที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น แต่หากคุณเป็นพนักงานประจำที่มีวินัยทางการเงินและต้องการเสริมสภาพคล่องอย่างปลอดภัย แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสที่เป็นผู้ช่วยทางการเงินที่เชื่อถือได้ อนุมัติทันใจใน 1 ชั่วโมง* วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* เพื่อให้คุณบริหารจัดการทุกค่าใช้จ่ายได้อย่างมีระเบียบและไม่ต้องกังวลเรื่องการติดตามทวงถามในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแฮร์คัท

"แฮร์คัท" แปลว่าอะไร

แฮร์คัท แปลว่า การตกลงขอลดหย่อนหนี้สินที่ค้างชำระลงส่วนหนึ่งเพื่อปิดบัญชีในคราวเดียว โดยลูกหนี้มักได้รับส่วนลดจากเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระครับ

วิธีทํา Hair Cut

เริ่มต้นจากการเจรจากับเจ้าหนี้เมื่อสถานะเป็นหนี้เสีย ขอยอดส่วนลดที่ชำระไหว รอรับหนังสือยืนยันส่วนลด และโอนชำระตามกำหนดเพื่อขอใบปิดหนี้ครับ

เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล มีอายุความกี่ปี

คดีสินเชื่อส่วนบุคคลมีอายุความ 5 ปี นับจากวันที่ถึงกำหนดชำระงวดสุดท้าย หรือวันที่เริ่มผิดนัดชำระตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงินครับ

 

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

การทำแฮร์คัท
เทคนิคการเคลียร์หนี้
วิธีทํา Hair Cut
อ่านต่อ​