แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ วางแผนจัดการบัญชีให้ปลอดภัย

30/07/2569
สินเชื่อน่ารู้

การสร้างเสถียรภาพทางการเงินสำหรับคนทำงานประจำเริ่มต้นจากการบริหารกระแสเงินสดให้สมดุล แต่เมื่อต้องเผชิญรายจ่ายฉุกเฉินจนตกเป็นลูกหนี้นอกระบบ การกู้ยืมเงินที่มีภาระผูกพันสูงอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต การเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยปรับปรุงบัญชีการเงินส่วนบุคคลของคุณให้กลับมามั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว

ทำความเข้าใจกลไกสัญญากู้ยืมเงินนอกระบบคืออะไร

แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ


เงินกู้นอกระบบ คือ การทำข้อตกลงกู้ยืมเงินที่ไม่ผ่านนิติบุคคลหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจากสถาบันทางการเงินหลักของรัฐอย่างถูกต้อง ส่งผลให้เงื่อนไขการส่งมอบเงินคืนและโครงสร้างดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย การกู้ยืมในลักษณะนี้มักจะไม่มีการทำบันทึกสัญญาที่ชัดเจน โปร่งใส หรือมีการกำหนดระเบียบที่เป็นธรรมแก่ผู้กู้ยืม

ข้อเปรียบเทียบสัญญาระหว่างเงินกู้ในระบบและนอกระบบ

การพิจารณาความแตกต่างของข้อตกลงและเงื่อนไขระหว่างแหล่งเงินทุนทั้งสองรูปแบบ จะช่วยให้คุณเห็นภาพ

 

ข้อเปรียบเทียบ

เงินกู้ในระบบ

เงินกู้นอกระบบ

ผู้ให้บริการ

สถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ

บุคคลธรรมดาหรือกลุ่มนายทุนที่ไม่ได้รับอนุญาต

โครงสร้างดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกินเพดานกฎหมาย

อัตราดอกเบี้ยสูงเกินเกณฑ์ ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน

ความชัดเจนของสัญญา

มีเอกสารสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่โปร่งใส

มักเป็นสัญญาปากเปล่า หรือระบุตัวเลขเกินจริง

การคุ้มครองตามกฎหมาย

ได้รับสิทธิ์คุ้มครองผู้บริโภคตามหลักเกณฑ์ทางการเงิน

ไม่มีความคุ้มครอง และอาจเผชิญการทวงหนี้ที่เป็นอันตราย

ทางเลือกปรับโครงสร้าง

สามารถติดต่อขอเจรจาประนอมหนี้หรือผ่อนปรนได้

เจรจาขอลดหย่อนได้ยากมาก

วิธีการคำนวณและเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยทั้งสองรูปแบบ

เพื่อความปลอดภัยในการจัดระเบียบบัญชี พนักงานประจำจำเป็นต้องทราบ วิธีคิดดอกเบี้ย เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนจริง โดยสูตรคำนวณคือ [เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x ระยะเวลาผ่อน (ปี)]

สมมติฐานการคำนวณ: เงินต้น 50,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี

 

  • กรณีเงินกู้นอกระบบ (สมมติดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน): อัตราดอกเบี้ยรายปีจะพุ่งสูงถึง 240% ทำให้ยอดดอกเบี้ยสะสมในระบบการเงินสูงถึง 50,000 x 240% x 1 = 120,000 บาทต่อปี ซึ่งสร้างภาระหนี้สินที่ทับถมไม่รู้จบ
  • กรณีเงินกู้ในระบบ (เพดานสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี): ยอดดอกเบี้ยสูงสุดที่จะเกิดขึ้นคือ 50,000 x 25% x 1 = 12,500 บาทต่อปี (เฉลี่ยผ่อนชำระค่างวดรายเดือนรวมต้นและดอกเพียงประมาณ 5,209 บาท) ซึ่งเป็นโครงสร้างทางการเงินที่เป็นธรรมและปลอดภัยกว่าอย่างชัดเจน


4 วิธีบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างมีวินัย

แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ


คนทำงานประจำที่ต้องการปลดภาระผูกพันเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทางการเงินให้มีความยั่งยืน สามารถปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนการบริหารบัญชีดังต่อไปนี้

1. ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อเพิ่มสัดส่วนเงินออมรายเดือน

ขั้นแรกในการวางแผนคือการอุดรอยรั่วทางบัญชี โดยหันมาบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันอย่างเคร่งครัด ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตออกทันทีเพื่อเพิ่มสัดส่วนของเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือน ซึ่งเงินส่วนนี้จะกลายเป็นทุนสำคัญในการนำไปทยอยจ่ายคืนและลดหนี้สินเก่าให้หมดไปได้เร็วขึ้น

2. หารายได้เสริมตามทักษะความถนัดเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

เมื่อรายรับจากงานประจำคงที่ การเพิ่มช่องทางกระแสเงินสดเข้ากระเป๋าถือเป็นทางออกที่ดี พนักงานประจำสามารถใช้เวลาว่างหลังเลิกงานนำทักษะหรือความถนัดเฉพาะตัวมาสร้างรายได้พิเศษ หรือพิจารณาเปลี่ยนสินทรัพย์ส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเงินสด เพื่อนำมาสมทบเป็นเงินก้อนสำหรับนำไปจัดการภาระคงค้างให้ลดลง

3. เจรจาขอคำปรึกษาหาตัวช่วยกับหน่วยงานที่ถูกต้อง

หากภาระหนี้สินนอกระบบเริ่มส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการดำรงชีพ พนักงานออฟฟิศไม่ควรเก็บปัญหาไว้เพียงลำพัง คุณสามารถติดต่อขอคำปรึกษาและแนวทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้จากหน่วยงานภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลประชาชนโดยตรง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการไกล่เกลี่ยข้อตกลงอย่างเป็นธรรม

4. วางแผนปรับเปลี่ยนข้อตกลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ

แนวทางปฏิบัติที่จะช่วยหยุดวงจรดอกเบี้ยทบต้นที่แพงเกินจริงคือ การวางแผนปรับเปลี่ยนภาระหนี้สินเหล่านั้นให้เข้ามาอยู่ภายใต้สินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมายของสถาบันการเงินในระบบการเงิน เนื่องจากมีโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยรายปีที่ต่ำกว่า มีตารางผ่อนชำระคืนชัดเจน และดำเนินงานภายใต้กรอบความปลอดภัยทางกฎหมาย

กลโกงของเงินกู้นอกระบบที่ควรระมัดระวัง

แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ


ในปัจจุบันกลุ่มผู้ให้บริการที่ผิดกฎหมายมักใช้กลอุบายหลายรูปแบบเพื่อหลอกล่อให้ผู้ที่เดือดร้อนหลงเชื่อ คนทำงานจึงต้องรู้เท่าทันพฤติกรรมอันตรายเหล่านี้

1. รูปแบบแก๊งหมวกกันน็อคและระบบคิดดอกลอยรายวัน

กลโกงรูปแบบนี้มักใช้วิธีเรียกเก็บดอกเบี้ยเป็นรายวันโดยไม่มีการตัดเงินต้น เช่น หนี้ 20,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน ลูกหนี้ต้องส่งเงินสดเฉพาะส่วนดอกเบี้ย 2,000 บาทไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีเงินก้อนเต็มจำนวนมาคืน หรือใช้ระบบบังคับส่งเงินงวดคงที่ 24 วัน หากขาดส่งวันใดจะถูกริบเงินทั้งหมดและเริ่มนับหนึ่งใหม่

2. กลุ่มนายทุนที่ทำสัญญาเอาเปรียบเพื่อโอนกรรมสิทธิ์สินทรัพย์

แก๊งหนี้นอกระบบบางกลุ่มจะมุ่งเน้นไปที่สัญญากู้ยืมเงินที่มีมูลค่าสูง โดยบังคับให้ผู้สมัครนำโฉนดที่ดินหรือบ้านมาทำสัญญาขายฝากหรือโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า พร้อมตั้งเงื่อนไขที่เอารัดเอาเปรียบและไม่แจ้งรายละเอียดข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อฉวยโอกาสยึดครองทรัพย์สินทางการเงินของลูกหนี้ทันทีที่เกิดการชำระล่าช้า

3. แพลตฟอร์มเงินกู้ออนไลน์เถื่อนและระบบตั้งวงแชร์หลอกลวง

ในโลกดิจิทัลมักมีแอปพลิเคชันเถื่อนแอบอ้างข้อความประเภท "อนุมัติไวใน 5 นาทีโดยไม่เช็กประวัติ" เพื่อหลอกลวงให้ผู้สมัครกดยินยอมเข้าถึงรายชื่อติดต่อในสมาร์ตโฟน จากนั้นจะบังคับให้โอนเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าหลายครั้ง หรือหลอกให้เข้าร่วมวงแชร์ออนไลน์ที่การันตีผลตอบแทนสูงเกินจริงแล้วเชิดเงินหนีหาย

บริการจากพรอมิส แหล่งวงเงินสำรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป พรอมิสพร้อมแนะนำทางเลือกในการเข้าถึงสินเชื่อเงินด่วน* อนุมัติเร็ว ที่ถูกกฎหมายและดำเนินงานอย่างโปร่งใสภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้บริการวงเงินสำรองหมุนเวียนที่สมัครได้ง่ายผ่าน PROMISE โมบายแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องไปสาขา* พิจารณาแจ้งผลไวใน 1 ชั่วโมง* เพื่อให้คุณนำไปจัดการรายจ่ายจำเป็นและเพิ่มความคล่องตัวทางบัญชีได้อย่างปลอดภัย

สรุปแนวทางปรับปรุงวินัยทางการเงินเพื่อความมั่นคงระยะยาว

การมีอิสรภาพและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวของคนทำงานประจำ เกิดจากการตระหนักรู้และควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างมีระเบียบวินัย การเลือกแก้ปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการเปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่ระบบสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยในการผ่อนชำระค่างวดขั้นต่ำอย่างตรงเวลา จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องเสถียรภาพระบบบัญชีเงินสดของคุณให้ปลอดภัยและยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

สัญญากู้เงินนอกระบบสามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้ไหม

ในทางกฎหมาย หากสัญญาเงินกู้นั้นมีการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่าข้อกำหนดของรัฐ ข้อตกลงในส่วนของดอกเบี้ยจะตกเป็นโมฆะทันที อย่างไรก็ตาม ตัวเงินต้นที่หยิบยืมไปจริงยังคงมีภาระผูกพันที่ต้องชำระคืนตามหลักความจริง

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบมีเพดานสูงสุดเท่าไหร่ต่อปี

ตามเกณฑ์การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับจะมีข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รวมค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงินสูงสุดได้ไม่เกิน 25% ต่อปี โดยคำนวณแบบลดต้นลดดอกเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

พนักงานประจำควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อกลับเข้าสู่เงินกู้ในระบบ

มนุษย์เงินเดือนควรเริ่มต้นด้วยการรักษาสถานะความเป็นพนักงานประจำ จัดเก็บสลิปเงินเดือนปัจจุบัน วางแผนระบบการเงินเพื่อควบคุมภาระรายจ่าย และพยายามรักษาวินัยการชำระหนี้สินต่าง ๆ ให้ตรงเวลาเพื่อสร้างประวัติทางการเงินที่ดีในระบบตรวจสอบความปลอดภัยของสถาบันการเงิน

 

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
 

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

ปัญหาหนี้นอกระบบ
มิจฉาชีพ
กู้เงินในระบบและนอกระบบ
อ่านต่อ​