การขายฝากที่ดิน

ขายฝากที่ดินคืออะไร เช็กข้อควรรู้และขั้นตอนสำคัญก่อนทำสัญญา

03/09/2569
สินเชื่อน่ารู้

สำหรับผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ในครอบครองและกำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน การทำสัญญาขายฝากที่ดินถือเป็นหนึ่งในทางเลือกในการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นวงเงินหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม การขายฝากที่ดินมีข้อกฎหมายสำคัญเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวที่ต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์สินถาวรและสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างปลอดภัย

ทำความเข้าใจการขายฝากที่ดินคืออะไร

การขายฝากที่ดิน

 

การขายฝากที่ดิน คือนิติกรรมซื้อขายประเภทหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่ทำสัญญา โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา

ลักษณะของสัญญาขายฝาก และการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราว

การทำสัญญาขายฝากที่ดินมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการกู้ยืมทั่วไป เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจะถูกเปลี่ยนเป็นชื่อของผู้รับซื้อฝากชั่วคราว ณ วันที่ทำนิติกรรม ซึ่งผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิในการไถ่ถอนที่ดินคืนตราบใดที่ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา

เงื่อนไขระยะเวลาการไถ่ถอนและการหลุดจำนองตามสัญญา

กฎหมายกำหนดให้การไถ่ถอนอสังหาริมทรัพย์จากการขายฝากที่ดินมีระยะเวลาสูงสุดได้ไม่เกิน 10 ปี โดยหากถึงกำหนดเวลาตามสัญญาแล้วผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนคืนได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องร้อง

ข้อดีและข้อควรระวังของการทำสัญญาขายฝาก

การขายฝากที่ดิน


การทำสัญญาขายฝากที่ดินมีทั้งจุดเด่นและข้อควรระวังที่ผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทำนิติกรรม

ข้อดีของการใช้วงเงินหลักประกันในการไถ่ถอนทรัพย์สิน

  • การทำสัญญาขายฝากที่ดิน ช่วยให้เข้าถึงวงเงินก้อนได้เร็วตามราคาประเมินทรัพย์สิน
  • ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน เนื่องจากใช้หลักทรัพย์เป็นตัวการันตีวงเงินโดยตรง
  • สัญญาการทำนิติกรรมต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย
  • มีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก

ข้อควรระวังเรื่องความเสี่ยงในการสูญเสียกรรมสิทธิ์ถาวร

  • กรรมสิทธิ์ในที่ดินถูกโอนเปลี่ยนชื่อไปยังผู้รับซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันทำสัญญา
  • หากไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนได้ทันกำหนด จะสูญเสียที่ดินไปอย่างถาวรทันที
  • มีภาระค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ ณ กรมที่ดิน
  • อัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนการขายฝากอาจสูงกว่าการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ขั้นตอนสำคัญ ณ กรมที่ดิน และเอกสารที่จำเป็นต้องใช้

การขายฝากที่ดิน

 

การขายฝากที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินประจำพื้นที่เท่านั้น โดยมีขั้นตอนและเอกสารสำคัญดังนี้

4 ขั้นตอนการทำสัญญาขายฝากต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน

  • ตกลงเงื่อนไข: เจรจาราคาขายฝาก กำหนดระยะเวลาไถ่ถอน และอัตราตอบแทนตามกฎหมาย
  • เตรียมเอกสาร: จัดเตรียมโฉนดที่ดินตัวจริงและเอกสารยืนยันตัวตนของผู้เกี่ยวข้องให้พร้อม
  • ทำสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน: เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบเอกสาร ร่างสัญญา และบันทึกข้อตกลง
  • จดทะเบียนและรับวงเงิน: เจ้าพนักงานจดทะเบียนสิทธิบนโฉนด และส่งมอบวงเงินตามสัญญา

รายการเอกสารแสดงสิทธิ์และเอกสารแสดงตัวตนของผู้สมัคร

  • โฉนดที่ดินฉบับจริง (ต้องปลอดภาระผูกพันใด ๆ)
  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ขายฝากและคู่สมรส (ถ้ามี)
  • ทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้ขายฝากและคู่สมรส (ถ้ามี)
  • หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีจดทะเบียนสมรสแล้ว)
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือทะเบียนสมรส (ถ้ามี)

สรุปการเลือกทางออกทางการเงินอย่างปลอดภัยและมีสติ

การขายฝากที่ดินเป็นตัวช่วยเสริมสภาพคล่องที่ต้องใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากมีเสี่ยงเสียกรรมสิทธิ์ หากพนักงานประจำต้องการวงเงินสำรองฉุกเฉินโดยไม่อยากเสี่ยงเสียที่ดิน ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส สินเชื่อเงินด่วน* วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* สมัครง่าย ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน พิจารณาอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง* ตอบโจทย์คนทำงานอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาขายฝากที่ดิน

การทำสัญญาขายฝาก ต่างจากการจำนองหลักทรัพย์อย่างไร

ความแตกต่างสำคัญคือเรื่องกรรมสิทธิ์ การทำสัญญาขายฝากที่ดิน กรรมสิทธิ์จะถูกโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที แต่การจำนอง กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของเจ้าของที่ดินเดิม โดยใช้โฉนดเป็นเพียงหลักประกันค้ำประกันหนี้เท่านั้น

หากไม่สะดวกโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน มีทางเลือกสินเชื่อใดบ้าง

หากไม่อยากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือไม่มีหลักทรัพย์ สามารถเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินที่เป็นบริการกู้เงินถูกกฎหมาย ซึ่งพิจารณาจากฐานรายได้ประจำโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน

พนักงานประจำรับเงินเดือนผ่านบัญชี ยื่นสินเชื่อแบบไหนดี

พนักงานประจำที่มีรายได้แน่นอนตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป แนะนำให้ยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส เพียงใช้สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน ก็สามารถยื่นขอวงเงินสำรองฉุกเฉินได้อย่างสะดวก

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
 

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

ขายฝากที่ดิน
สัญญาขายฝาก
โอนกรรมสิทธิ์
อ่านต่อ​