สัญญากู้ยืมเงิน

รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญากู้ยืมเงินเพื่อความปลอดภัย

27/05/2569
การเงิน-ธุรกิจ

การเข้าหาแหล่งทุนเพื่อนำมาจัดสรรงบประมาณในยามจำเป็น ปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายและเข้าถึงได้สะดวกขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่มักละเลยเนื่องจากความไว้วางใจหรือความรีบร้อนก็คือการตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นเอกสารผูกพันทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง การสละเวลาทำความเข้าใจข้อตกลงและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ จึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ช่วยให้พนักงานประจำรอดพ้นจากปัญหาการคลังในอนาคต

สัญญากู้ยืมเงินคืออะไร และมีผลผูกพันตามกฎหมายอย่างไร

สัญญากู้ยืมเงิน


สัญญากู้ยืมเงิน คือ เอกสารข้อตกลงในระบบกฎหมายระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ เพื่อระบุความยินยอมในการยืมเงินตามจำนวนที่กำหนด พร้อมทั้งระบุข้อผูกพันเกี่ยวกับการชำระคืนและเงื่อนไขผลประโยชน์ต่าง ๆ เอกสารนี้มีผลบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดพฤติกรรมการละเมิดข้อตกลงหรือผิดนัดชำระ อีกฝ่ายจะสามารถใช้สัญญากู้ยืมเงินฉบับนี้เป็นลายลักษณ์อักษรหลักฐานในการยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีได้ตามขั้นตอน

9 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบในสัญญากู้ยืมเงินทุกครั้ง

สัญญากู้ยืมเงิน


การสแกนและตรวจสอบรายละเอียดภายในหน้าเอกสารอย่างถี่ถ้วนเป็นทักษะที่พนักงานประจำทุกคนจำเป็นต้องมี โดยโครงสร้างแกนหลักของสัญญากู้ยืมเงินที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรม จะต้องไม่มีการบิดเบือนหรือเว้นช่องว่างใน 9 จุดสำคัญดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบชื่อนามสกุลของผู้กู้และผู้ให้กู้ให้ถูกต้อง

ข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นจุดเริ่มต้นของความถูกต้องทางกฎหมาย ในตัวสัญญากู้ยืมเงินจะต้องระบุชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน ห้ามมีตัวอักษรผิดเพี้ยนเพราะอาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของเอกสารเมื่อต้องนำไปใช้ยืนยันสถานะ

2. ตรวจสอบจำนวนเงินต้นที่ทำการกู้ยืมจริงระบุให้ตรงเป๊ะ

ตัวเลขยอดเงินสดที่ได้รับจะต้องระบุไว้อย่างโปร่งใสทั้งในรูปแบบตัวเลขและตัวอักษรภาษาไทยกำกับ พนักงานออฟฟิศต้องตรวจทานให้ตรงกับจำนวนที่ตกลงกันไว้จริงในสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือเจตนาเพิ่มยอดตัวเลขในภายหลังซึ่งจะสร้างภาระหนี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

3. ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและรูปแบบการคำนวณที่ถูกกฎหมาย

ข้อกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลธรรมดาจะเรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ต่อปี หากมีการระบุในสัญญากู้ยืมเงินเกินกว่าเกณฑ์นี้ ดอกเบี้ยทั้งหมดจะตกเป็นโมฆะทันที ยกเว้นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากภาครัฐซึ่งจะมีกรอบเพดานตามประกาศแยกย่อยออกไป

4. ตรวจสอบกำหนดเวลาชำระคืนค่างวดและระยะเวลาผ่อนชำระ

ในเอกสารสัญญากู้ยืมเงินต้องระบุวัน เวลา และงวดการจ่ายคืนไว้อย่างชัดเจน เช่น ชำระทุกวันที่เท่าไหร่ของเดือน และแบ่งออกเป็นกี่งวด พนักงานประจำต้องประเมินว่าเงื่อนไขดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสเงินสดรอบบัญชีเงินเดือนของตนเองเพื่อไม่ให้เกิดการตึงตัว

5. ตรวจสอบอัตราเบี้ยปรับและค่าธรรมเนียมกรณีชำระล่าช้า

สัญญากู้ยืมเงิน


จุดนี้มักซ่อนอยู่ในส่วนตัวอักษรขนาดเล็กท้ายหน้าสัญญา ผู้กู้ต้องตรวจสอบว่าหากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ส่งค่างวดล่าช้า ในสัญญากู้ยืมเงินมีการคิดเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งอัตราดังกล่าวต้องสมเหตุสมผลและอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กฎหมายรองรับ

6. หลีกเลี่ยงการเซ็นชื่อบนเอกสารกู้เงินที่ยังเว้นช่องว่าง

ข้อควรระวังขั้นเด็ดขาดคือห้ามจรดปากกาเซ็นลงบนสัญญากู้ยืมเงินที่ยังไม่มีการกรอกข้อมูลครบถ้วนเด็ดขาด แม้จะเป็นบุคคลที่สนิทสนมเพียงใดก็ตาม เพราะหากเอกสารที่มีลายมือชื่อของคุณถูกนำไปกรอกตัวเลขเงินต้นเพิ่มเติมในภายหลัง คุณจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายทันที

7. ตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขการค้ำประกันหากมีการระบุ

หากการกู้ยืมนั้นจำเป็นต้องมีบุคคลหรือทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวโยง ในข้อตกลงสัญญากู้ยืมเงินจะต้องระบุขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันไว้อย่างเป็นธรรมตามกฎหมายใหม่ ซึ่งจะช่วยจำกัดวงเงินความรับผิดชอบและแจ้งเตือนผู้ค้ำประกันเมื่อเกิดการผิดนัดชำระ

8. ตรวจสอบพยานรับรู้และบุคคลร่วมลงนามที่มีความน่าเชื่อถือ

การทำสัญญากู้ยืมเงินที่สมบูรณ์และมีน้ำหนักในชั้นศาล ควรมีการลงลายมือชื่อของพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์อย่างน้อย 2 คน พนักงานออฟฟิศต้องเช็กว่าพยานเหล่านั้นมีตัวตนจริงและพร้อมที่จะมาให้การยืนยันความบริสุทธิ์ของสัญญาหากเกิดข้อพิพาทในภายหลัง

9. การจัดเก็บสำเนาสัญญาคู่ฉบับไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

หลังจากกระบวนการลงนามเสร็จสิ้นลง เอกสารสัญญากู้ยืมเงินจะต้องมีการทำขึ้นเป็นคู่ฉบับเพื่อให้ผู้กู้และผู้ให้กู้ถือเก็บไว้คนละหนึ่งฉบับ พนักงานประจำต้องขอเอกสารตัวจริงหรือสำเนาที่มีการเซ็นรับรองถูกต้องมาเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ปลอดภัยเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันยอดหนี้

สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส ปลอดภัยด้วยสัญญากู้ยืมเงินในระบบ

สำหรับพนักงานประจำท่านใดที่ประเมินความพร้อมและพบว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินสดเพื่อการจัดสรรระบบใช้จ่ายประจำวัน การเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการในระบบถือเป็นทางเลือกที่แนะนำ เนื่องจากมีความโปร่งใสและปลอดภัยสูง สินเชื่อส่วนบุคคลจากพรอมิสพร้อมเป็นผู้ช่วยเคียงข้างคุณ โดยเปิดรับสมัครสำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้ประจำ


ข้อดีของการกู้ยืมในระบบคือสัญญาทุกฉบับจะถูกร่างขึ้นภายใต้กรอบข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด กระบวนการสมัครทำได้สะดวก ใช้เอกสารน้อยเพียงบัตรประชาชนตัวจริงและสลิปเงินเดือน 2 เดือนล่าสุด (หรือสลิปเดือนล่าสุดคู่กับหนังสือรับรองรายได้) ช่วยให้คนทำงานสามารถเข้าถึงสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน มั่นใจได้ว่าโครงสร้างสัญญามีความยุติธรรมและไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง

สรุปวินัยทางการเงินและการพิจารณาข้อสัญญาอย่างรอบคอบ

การทำธุรกรรมทางการเงินและการตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงินอย่างละเอียด ถือเป็นหน้าที่พื้นฐานของผู้กู้ที่มีความรับผิดชอบ การตรวจเช็กทั้ง 9 จุดสำคัญข้างต้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอาเปรียบและทำให้กระบวนการผ่อนชำระเป็นไปอย่างมีระบบ ทั้งนี้ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินและมองหาทางออกที่มั่นคง พรอมิสพร้อมให้คำแนะนำและบริการสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* เพื่อให้ทุกขั้นตอนการบริหารจัดการกระแสเงินสดของคุณเป็นไปอย่างโปร่งใสและปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ยอดเงินกู้ยืมขั้นต่ำเท่าไหร่ที่ต้องเริ่มทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นลายลักษณ์อักษร

ตามกฎหมายปัจจุบัน หากมีการกู้ยืมเงินกันเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำสัญญากู้ยืมเงินที่มีการลงลายมือชื่อของฝ่ายผู้กู้เป็นสำคัญ จึงจะสามารถใช้สิทธิเรียกร้องหรือยื่นฟ้องร้องบังคับคดีในชั้นศาลได้

หากอัตราดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินสูงเกินเพดานกฎหมายกำหนดจะส่งผลอย่างไร

หากระบุอัตราดอกเบี้ยในข้อตกลงสัญญากู้ยืมเงินสูงเกินกว่า 15% ต่อปีสำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคล จะส่งผลให้ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยทั้งหมดตกเป็นโมฆะทันที โดยผู้ให้กู้จะมีสิทธิเรียกคืนได้เฉพาะเงินต้นตามสัญญารวมถึงอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา

การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมายกับพรอมิส ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นพนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป และมีอายุงานปัจจุบันตามเกณฑ์ที่กำหนด การเตรียมตัวทำได้ง่ายเพียงรวบรวมเอกสารพื้นฐานคือ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง สลิปเงินเดือน 2 เดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและปลอดภัย

 

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

กู้เงิน
สินเชื่อถูกกฎหมาย
สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส
อ่านต่อ​