ค่าแรงขั้นต่ำคืออะไร เช็กอัตราล่าสุดและวิธีคำนวณรายได้
เรื่องของค่าแรงขั้นต่ำถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตคนทำงานทุกคน เพราะนอกจากจะเป็นตัวกำหนดรายได้ขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว ยังเป็นดัชนีชี้วัดค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่อีกด้วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ วิธีคำนวณฐานรายได้ และการบริหารจัดการเงินจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของค่าแรงขั้นต่ำ

ค่าแรงขั้นต่ำ คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่สุดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัวตามมาตรฐานความเป็นอยู่ที่เหมาะสม โดยการกำหนดอัตราค่าจ้างนี้จะพิจารณาจากดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ สภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด และความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบการจ้างงาน
H2 สำรวจอัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบัน แยกตามพื้นที่ทั่วประเทศ
(Alt Text : เช็กค่าแรงขั้นต่ำ)
การปรับอัตราค่าจ้างในปัจจุบันมีการจัดกลุ่มตามสภาวะเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ ทำให้ค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันออกไป โดยมีรายละเอียดอัตราค่าจ้างแยกตามกลุ่มพื้นที่ทั่วประเทศดังต่อไปนี้
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 337 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 337 บาทต่อวัน เป็นอัตราที่บังคับใช้ในกลุ่มจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ชายแดน เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดนราธิวาส
- จังหวัดปัตตานี
- จังหวัดยะลา
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 345 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 345 บาทต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดในภาคเหนือและภาคใต้บางส่วน โดยประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดตรัง
- จังหวัดน่าน
- จังหวัดพะเยา
- จังหวัดแพร่
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 347 บาท
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 347 บาทต่อวัน เป็นกลุ่มที่มีจำนวนจังหวัดครอบคลุมค่อนข้างกว้างในหลายภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 16 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดกำแพงเพชร
- จังหวัดพิจิตร
- จังหวัดมหาสารคาม
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- จังหวัดระนอง
- จังหวัดราชบุรี
- จังหวัดลำปาง
- จังหวัดเลย
- จังหวัดศรีสะเกษ
- จังหวัดสตูล
- จังหวัดสุโขทัย
- จังหวัดหนองบัวลำภู
- จังหวัดอำนาจเจริญ
- จังหวัดอุดรธานี
- จังหวัดอุตรดิตถ์
- จังหวัดอุทัยธานี
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 348 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 348 บาทต่อวัน บังคับใช้ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคอีสานบางส่วน รวม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดชัยนาท
- จังหวัดชัยภูมิ
- จังหวัดพัทลุง
- จังหวัดสิงห์บุรี
- จังหวัดอ่างทอง
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 349 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 349 บาทต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้บางแห่ง รวม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดกาฬสินธุ์
- จังหวัดนครศรีธรรมราช
- จังหวัดบึงกาฬ
- จังหวัดเพชรบูรณ์
- จังหวัดร้อยเอ็ด
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 350 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 350 บาทต่อวัน กำหนดใช้ในพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจขยายตัวปานกลาง รวม 3 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดนครสวรรค์
- จังหวัดยโสธร
- จังหวัดลำพูน
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 351 บาท
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 351 บาทต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 3 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดชุมพร
- จังหวัดเพชรบุรี
- จังหวัดสุรินทร์
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 352 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 352 บาทต่อวัน เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวภูมิภาค รวม 15 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดกาญจนบุรี
- จังหวัดจันทบุรี
- จังหวัดเชียงราย
- จังหวัดตาก
- จังหวัดนครพนม
- จังหวัดบุรีรัมย์
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- จังหวัดพังงา
- จังหวัดพิษณุโลก
- จังหวัดมุกดาหาร
- จังหวัดสกลนคร
- จังหวัดสงขลา (ยกเว้นอำเภอหาดใหญ่)
- จังหวัดสระแก้ว
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ยกเว้นอำเภอเกาะสมุย)
- จังหวัดอุบลราชธานี
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 354 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 354 บาทต่อวัน บังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลที่มีภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม รวม 2 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดกระบี่
- จังหวัดตราด
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 355 บาท
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 355 บาทต่อวัน บังคับใช้ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง รวม 3 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดนครนายก
- จังหวัดสุพรรณบุรี
- จังหวัดหนองคาย
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 356 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 356 บาทต่อวัน บังคับใช้ในเขตพื้นที่ภาคกลางที่มีอุตสาหกรรมเกษตรและการผลิต รวม 1 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดลพบุรี
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 357 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 357 บาทต่อวัน กำหนดใช้ในจังหวัดศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเมืองใหญ่ รวม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดขอนแก่น
- จังหวัดเชียงใหม่ (ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่)
- จังหวัดปราจีนบุรี
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- จังหวัดสระบุรี
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 358 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 358 บาทต่อวัน กำหนดใช้ในพื้นที่ภาคกลางที่มีการประมงและการพาณิชย์ รวม 1 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดสมุทรสงคราม
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 359 บาท
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 359 บาทต่อวัน บังคับใช้ในจังหวัดที่เป็นประตูสู่อีสานและศูนย์กลางอุตสาหกรรม รวม 1 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดนครราชสีมา
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 372 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 372 บาทต่อวัน กำหนดใช้ในกลุ่มจังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานครที่มีความหนาแน่นทางเศรษฐกิจสูง รวม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดนครปฐม
- จังหวัดนนทบุรี
- จังหวัดปทุมธานี
- จังหวัดสมุทรปราการ
- จังหวัดสมุทรสาคร
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 380 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 380 บาทต่อวัน กำหนดใช้ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเฉพาะทาง รวม 2 อำเภอ ได้แก่
- อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
- อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
H3 ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน เป็นอัตราสูงสุดที่กำหนดไว้ในพื้นที่เศรษฐกิจหลักและประเภทธุรกิจเฉพาะ ได้แก่
กรุงเทพมหานคร, จังหวัดฉะเชิงเทรา, จังหวัดชลบุรี, จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
กิจการโรงแรมประเภท 2, 3 และ 4 ทั่วประเทศ
กิจการสถานบริการประเภท ผับ บาร์ ไนท์คลับ และคาราโอเกะทั่วประเทศ
H2 วิธีการคำนวณรายได้และการวางแผนทางการเงินประจำเดือน
(Alt Text : เช็กค่าแรงขั้นต่ำ)
เมื่อทราบอัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันแล้ว สิ่งสำคัญถัดมาคือการนำตัวเลขค่าจ้างมาคำนวณเป็นรายได้รวมประจำเดือน พร้อมวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาเงินไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน
H3 วิธีการคำนวณเปลี่ยนค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันเป็นฐานเงินเดือน
การคำนวณค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันมาเป็นฐานเงินเดือนรายเดือนตามกฎหมายแรงงาน จะใช้อัตราค่าจ้างรายวันคูณด้วยจำนวนวันทำงานในหนึ่งเดือน เช่น อัตราค่าแรงวันละ 372 บาท ทำงานเดือนละ 26 วัน คิดเป็นเงินเดือน 372 x 26 = 9,672 บาท
H3 วิธีการคำนวณค่าล่วงเวลา (OT) จากฐานอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
การคำนวณค่าล่วงเวลาในวันทำงานปกติ (1.5 เท่า) ให้นำอัตราค่าจ้างรายวันหารด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานปกติ (8 ชั่วโมง) เพื่อหาค่าจ้างต่อชั่วโมง แล้วคูณด้วย 1.5 ตัวอย่างเช่น ค่าแรง 400 บาทต่อวัน ชั่วโมงละ 50 บาท ทำ OT 2 ชั่วโมง จะได้ (50 x 1.5) x 2 = 150 บาท
H3 แนวทางการรับมือของผู้ประกอบการต่อการปรับโครงสร้างค่าจ้าง
ผู้ประกอบการควรเร่งปรับตัวด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน บริหารจัดการต้นทุนด้านอื่นอย่างรัดกุม พร้อมทั้งพัฒนาทักษะพนักงานประจำให้สร้างผลผลิตได้คุ้มค่ากับโครงสร้างค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้น
H3 การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายและการรักษาสภาพคล่องครัวเรือน
การบริหารรายได้จากค่าแรงขั้นต่ำ ควรแบ่งงบประมาณออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายจำเป็น 50% ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 30% และเงินออมฉุกเฉิน 20% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและป้องกันการเกิดภาวะหมุนเงินไม่ทันในแต่ละเดือน
H2 สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส ทางเลือกวงเงินสำรองฉุกเฉินคนทำงาน
หากพนักงานประจำเจอปัญหาค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ขอแนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส ที่พร้อมเคียงข้างและสนับสนุนทางการเงินแก่พนักงานประจำอย่างเหมาะสม ด้วยเงื่อนไขอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง* อนุมัติวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* สมัครง่าย ใช้เอกสารน้อย เพียงมีบัตรประชาชน และสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (หากมีสลิปเงินเดือนก็สามารถนำมายื่นพิจารณาเบื้องต้นได้) โดยไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน PROMISE ได้โดยไม่ต้องไปสาขา*
H2 สรุปแนวทางการบริหารจัดการรายได้เพื่อความมั่นคงทางการเงิน
การอัปเดตข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำช่วยให้คนทำงานรับรู้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนรายรับรายจ่ายอย่างมีระเบียบวินัย การทำบัญชีรายรับรายจ่าย และการสำรองเงินออมไว้เสมอ จะช่วยให้บริหารสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างราบรื่นในระยะยาว
FAQs (up to 5) :
H2 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ
H3 อัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบัน บังคับใช้กับพนักงานทดลองงานหรือไม่
บังคับใช้เช่นเดียวกัน พนักงานที่อยู่ในช่วงทดลองงานมีสิทธิได้รับค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันไม่ต่างจากพนักงานบรรจุแล้ว ตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้
H3 แรงงานต่างด้าวได้รับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากับคนไทยหรือไม่
แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิได้รับค่าแรงขั้นต่ำเท่ากับแรงงานไทย โดยไม่สามารถเลือกปฏิบัติหรือจ่ายต่ำกว่าอัตราที่กำหนดได้
H3 นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำได้หรือไม่
นายจ้างไม่สามารถจ่ายต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดได้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป