คู่มือคำนวณภาษีขั้นบันไดปี 2569 เพื่อเตรียมรับมือรายได้ที่สูงขึ้น
สำหรับพนักงานประจำที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานจนรายได้ขยับสูงขึ้นในทุกปี สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมตัวควบคู่กันไปคือการบริหารจัดการภาษีอย่างมืออาชีพ การเข้าใจกลไกการคำนวณภาษีตามฐานภาษี จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนลดหย่อนได้อย่างชาญฉลาด ตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขในใบ 50 ทวิได้ด้วยตนเอง และไม่ต้องกังวลกับภาระภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มในช่วงต้นปี
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีกี่แบบ?

กรมสรรพากรได้กำหนดรูปแบบการคำนวณภาษีเพื่อให้ครอบคลุมแหล่งที่มาของรายได้ที่แตกต่างกัน โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบที่สำคัญ คือ การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย และการคำนวณภาษีแบบขั้นบันได
คำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย
วิธีนี้ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน (เช่น รายได้จากค่าเช่า ลิขสิทธิ์ หรือวิชาชีพอิสระ)
- จะเริ่มคำนวณเมื่อมีรายได้ในกลุ่มนี้รวมกันเกิน 1,000,000 บาทขึ้นไปต่อปี
- อัตราการคำนวณคือร้อยละ 0.5 ของรายได้ทั้งหมด (รายได้ x 0.005)
- หากคำนวณแล้วมียอดภาษีไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้
คำนวณภาษีแบบขั้นบันได
เป็นวิธีพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนและพนักงานประจำเกือบทุกคนต้องใช้
- คำนวณจาก "เงินได้สุทธิ" หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเรียบร้อยแล้ว
- อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามระดับของเงินได้สุทธิ ยิ่งมีเงินได้สุทธิสูงเท่าไร อัตราฐานภาษีก็จะขยับขึ้นไปตามขั้นบันไดที่กำหนด
ขั้นตอนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได

เพื่อให้การเตรียมตัวยื่นภาษีในช่วงต้นปีฐานภาษี 2569 เป็นเรื่องง่ายและไม่สับสน พนักงานประจำสามารถทำตาม 5 ขั้นตอนสรุปรายได้และภาษีดังนี้
1. สรุปรายได้ตลอดทั้งปีของตัวเอง
รวบรวมรายรับทุกประเภทที่ได้รับตลอดปีภาษี 2568 (เพื่อยื่นในปี 2569) เช่น
- เงินเดือนรวมทั้งปีและโบนัสที่ได้รับ
- เบี้ยเลี้ยง หรือเงินค่าจ้างพิเศษต่าง ๆ
- รายได้จากงานเสริมหรือฟรีแลนซ์ (ถ้ามี)
ตัวอย่าง: นาย B มีเงินเดือน 40,000 บาท และโบนัส 2 เดือน สรุปรายได้ทั้งปีคือ (40,000 x 14) = 560,000 บาท
2. เช็กรายการลดหย่อนภาษีที่ตัวเองมี
ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ช่วยลดทอนเงินได้สุทธิลง เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง เช่น
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000 บาท) และค่าลดหย่อนบุตรหรือบิดามารดา
- เงินสมทบประกันสังคม (สูงสุด 9,000 บาท)
- เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือกองทุนลดหย่อนภาษี (Thai ESG, RMF, SSF)
ตัวอย่าง: นาย B มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท รวมเป็น 69,000 บาท
3. คำนวณเงินได้สุทธิของตัวเอง

นำรายได้ทั้งปีมาหักลบกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว (หักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) และค่าลดหย่อนตามสูตรนี้
- สูตร: เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
ตัวอย่าง: (560,000 - 100,000 - 69,000) = นาย B มีเงินได้สุทธิ 391,000 บาท ซึ่งยอดนี้คือตัวเลขที่จะนำไปเทียบกับฐานภาษี
4. เช็กขั้นบันไดภาษีของตัวเอง
ตรวจสอบว่าเงินได้สุทธิของคุณตกอยู่ในฐานภาษีขั้นไหนตามประกาศของกรมสรรพากร อัปเดตฐานภาษี 2569 ดังนี้
- 0 - 150,000 บาท: ได้รับยกเว้นภาษี
- เกิน 150,000 - 300,000 บาท: อัตรา 5%
- เกิน 300,000 - 500,000 บาท: อัตรา 10%
ตัวอย่าง: นาย B มีเงินได้สุทธิ 391,000 บาท หมายความว่าเขามีรายได้บางส่วนอยู่ในฐาน 5% และบางส่วนอยู่ในฐาน 10%
5. เริ่มคำนวณภาษีขั้นบันไดของตัวเองได้เลย
นำเงินได้สุทธิมาคำนวณแยกตามขั้นแล้วนำมารวมกันเพื่อให้ได้ยอดภาษีที่ต้องจ่ายจริง
- ขั้นที่ 1 (150,000 แรก): ยกเว้นภาษี = 0 บาท
- ขั้นที่ 2 (ส่วนที่เกิน 150,000 - 300,000): 150,000 x 5% = 7,500 บาท
- ขั้นที่ 3 (ส่วนที่เกิน 300,000 - 391,000): 91,000 x 10% = 9,100 บาท
สรุปภาษีที่ต้องจ่าย: 0 + 7,500 + 9,100 = 16,600 บาท
สรุปบทความ
การทำความเข้าใจว่า ฐานภาษี คืออะไร และมีขั้นตอนการคำนวณอย่างไร จะช่วยให้พนักงานประจำสามารถจัดการรายได้อย่างเป็นระบบและไม่เสียสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ อย่างไรก็ตาม พรอมิสสนับสนุนให้ทุกคนวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ แต่หากวันใดที่คุณมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงินหรือต้องการเสริมสภาพคล่อง แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส พร้อมให้บริการด้วยความโปร่งใส อนุมัติทันใจใน 1 ชั่วโมง* วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* เพื่อให้ทุกก้าวทางการเงินของคุณมั่นคงยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฐานภาษี
ฐานภาษีหมายถึงอะไร
ฐานภาษี หมายถึง เกณฑ์หรือหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดเก็บภาษี โดยในกรณีบุคคลธรรมดาจะอ้างอิงจากเงินได้สุทธิเพื่อกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องชำระตามระดับรายได้ครับ
ฐานภาษี 4 ฐาน มีอะไรบ้าง
ในภาพรวมระบบภาษีอาจแบ่งตามประเภทของสิ่งที่ถูกเก็บภาษี ได้แก่ ฐานรายได้ (เช่น ภาษีเงินได้), ฐานการบริโภค (เช่น VAT), ฐานทรัพย์สิน (เช่น ภาษีที่ดิน), และฐานจากการทำธุรกรรม (เช่น อากรแสตมป์)
ฐานภาษี “ทรัพย์สิน” คืออะไร?
คือฐานการจัดเก็บภาษีที่พิจารณาจากมูลค่าของทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือภาษีมรดก ซึ่งมุ่งเน้นการกระจายรายได้จากผู้ที่มีทรัพย์สินสะสมจำนวนมากครับ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป