ค่าชดเชยเลิกจ้าง สรุปกฎหมายแรงงานที่คนทำงานต้องรู้
บนเส้นทางการทำงานประจำ ความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างองค์กรหรือภาวะเศรษฐกิจผันผวนเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อนายจ้างมีความจำเป็นต้องปรับลดพนักงานและยุติสัญญาจ้าง สิ่งสำคัญที่สุดที่คนทำงานออฟฟิศห้ามมองข้ามคือเรื่องของสิทธิ์ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งเม็ดเงินก้อนนี้จะทำหน้าที่เป็นทุนสำรองค้ำจุนสภาพคล่องเพื่อให้คุณสามารถตั้งหลักหางานใหม่ได้อย่างมั่นคง
ทำความเข้าใจค่าชดเชยคืออะไร และต้องจ่ายภายในกี่วัน

ค่าชดเชยเลิกจ้าง (Severance Pay) คือ เงินภาคบังคับตามกฎหมายที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อมีการยุติสัญญาจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด เพื่อเป็นการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินชั่วคราว โดยตามหลักกฎหมายแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องดำเนินการจ่ายเงินค่าชดเชย พร้อมค่าจ้างงวดสุดท้ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่เลิกจ้างงาน หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง
กรณีใดบ้างที่กฎหมายไฟเขียวให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
แม้ว่าสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือเมื่อถูกจ้างออกจะเป็นสิทธิ์ภาคบังคับ แต่กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 ก็ได้มีการระบุข้อยกเว้นสำคัญเอาไว้เช่นกัน โดยนายจ้างสามารถยุติสัญญาได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หากลูกจ้างมีพฤติกรรมหรือเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ทุจริตต่อหน้าที่การงาน หรือจงใจกระทำความผิดอาญากรรมต่อประโยชน์ของนายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บริษัทเกิดความเสียหายร้ายแรง
- ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำหนังสือเตือน)
- ละทิ้งหน้าที่การงานติดต่อกันครบ 3 วันทำการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นกลางหรือไม่ก็ตาม
- ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
- มีอายุการทำงานต่อเนื่องกับองค์กรไม่ครบ 120 วัน
ไขข้อข้องใจลาออกเองได้ค่าชดเชยไหม และต่างจากการถูกเลิกจ้างอย่างไร

หนึ่งในประเด็นที่คนทำงานมักสับสนคือ หากตัดสินใจเขียนใบลาออกด้วยตนเองจะสามารถเรียกร้องเงินค่าชดเชยได้หรือไม่ คำตอบตามหลักกฎหมายคือไม่ได้รับสิทธิ์นี้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้สิทธิ์เงินชดเชยเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ลาออกเองก็ยังคงมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมในอัตรา 30% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งแตกต่างจากกรณีถูกเลิกจ้างที่จะได้รับสิทธิ์ชดเชยว่างงานสูงถึง 50% เป็นเวลา 180 วัน
วิธีคำนวณค่าชดเชย ตามฐานอายุงานอัปเดตล่าสุดปี 2569
การคำนวณมูลค่าเม็ดเงินสดสุทธิที่คุณควรจะได้รับ จะอ้างอิงจากระยะเวลาการทำงานและฐานเงินเดือนสุดท้ายของผู้กู้หรือลูกจ้าง โดยมีสมการสากลในการวิเคราะห์สัดส่วนคือ
เงินชดเชยเลิกจ้าง = (เงินเดือน ÷ 30 วัน) x จำนวนวันค่าจ้างตามอายุงาน
1. อัตราการจัดสรรจำนวนวันตามเกณฑ์อายุงานของกระทรวงแรงงาน
- ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
- อายุงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
- อายุงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
- อายุงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
- อายุงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
- อายุงานครบ 20 ปีขึ้นไป: มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
2. ตัวอย่างสถานการณ์จริงในการคิดคำนวณยอดเงินสดค่าชดเชย
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ลองสมมติฐานกรณีของพนักงานออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานประจำมาเป็นเวลา 5 ปีบริบูรณ์ และได้รับอัตราเงินเดือนสุดท้ายอยู่ที่ 25,000 บาท
- เมื่อตรวจสอบเกณฑ์อายุงาน 5 ปี จะตกอยู่ในช่วงอายุงาน 3–6 ปี ซึ่งกฎหมายระบุให้ได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 180 วัน
- เมื่อนำมาเข้าสูตรประมวลผลจะได้เป็น: (25,000 ÷ 30) X 180 = 150,000 บาท ดังนั้น ในวันสิ้นสุดสัญญาจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินสดก้อนนี้ให้แก่ลูกจ้างอย่างครบถ้วน
3. สิทธิประโยชน์ส่วนเพิ่มนอกเหนือจากเงินค่าชดเชย กรณีจ้างออก
นอกเหนือจากเม็ดเงินชดเชยตามฐานอายุงานแล้ว ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าอย่างถูกต้องตามรอบบัญชีอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่างวดจ้าง นายจ้างจำเป็นต้องจ่าย "ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" หรือที่นิยมเรียกกันว่าค่าตกใจเพิ่มเติม รวมถึงต้องคิดคำนวณเงินเดือนค้างจ่ายและค่าชดเชยสำหรับวันลาพักร้อนสะสมประจำปีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้งานคืนกลับมาเป็นเงินสดให้อย่างเป็นธรรม
แนวทางปฏิบัติขั้นพื้นฐานหากลูกจ้างไม่ได้รับค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม

หากเกิดสถานการณ์ที่พนักงานออฟฟิศถูกเลิกจ้าง แต่ไม่ได้รับเงินเยียวยาภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือได้รับยอดเงินสดต่ำกว่าเกณฑ์จริง สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติและดำเนินการรักษาสิทธิ์ตามขั้นตอนดังนี้
1. ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องบนหนังสือแจ้งการเลิกจ้าง
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเรียกร้องและตรวจสอบเอกสารหนังสือเลิกจ้างจากทางบริษัทอย่างละเอียด โดยต้องเช็กว่าวันที่ระบุให้สิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงานตรงกับวันที่หยุดปฏิบัติงานจริงหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเหตุผลที่ระบุในหนังสือว่ามีการบิดเบือนหรืออ้างข้อยกเว้นตามมาตรา 119 อย่างไม่เป็นธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินค่าชดเชยหรือไม่
2. วิธีการยื่นคำร้องเรียนผ่านระบบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หากพบว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พนักงานประจำสามารถรวบรวมหลักฐาน เช่น หนังสือเลิกจ้าง สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และสเตทเมนต์ เพื่อนำไปยื่นคำร้องเรียน (คร.7) ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรือทำรายการผ่านระบบ e-Service บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกระทรวงแรงงานภายใน 30 วัน
3. การรักษาสิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลแรงงานกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ในกรณีที่การเลิกจ้างนั้นขาดเหตุผลอันสมควร มีลักษณะกลั่นแกล้ง หรือเป็นการบีบบังคับอย่างไม่โปร่งใส ลูกจ้างมีสิทธิ์ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องความเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากเงินค่าชดเชยพื้นฐาน ซึ่งกระบวนการในชั้นศาลแรงงานจะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านค่าธรรมเนียมศาลสำหรับลูกจ้าง
พรอมิส เพื่อนคู่คิดพร้อมช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน
หากพนักงานประจำมีภาระรายจ่ายตึงมือช่วงเปลี่ยนงาน การเข้าหาสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมาย เป็นทางออกที่ดีเพื่อความปลอดภัยทางการเงิน พรอมิสพร้อมเปิดโอกาสให้คุณยื่นสมัครสินเชื่อ ผ่านระบบสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* ที่สมัครง่าย ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน หรือเลือกทำรายการสะดวกผ่านช่องทางสินเชื่อออนไลน์ อนุมัติไว* ถูกกฎหมาย เพื่อช่วยประคองสภาพคล่องได้อย่างราบรื่น
สรุปการจัดสรรพอร์ตการเงินส่วนบุคคลและการกู้เงินอย่างปลอดภัย
การตระหนักรู้และเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับค่าชดเชยเลิกจ้าง ถือเป็นเกราะป้องกันสิทธิ์และผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของคนทำงานออฟฟิศทุกคน การวางแผนจัดงบประมาณอย่างมีวินัยจะช่วยให้คุณผ่านช่วงเปลี่ยนงานไปได้อย่างมั่นใจ
หากคุณมีความจำเป็นเร่งด่วนในครัวเรือนและต้องการพึ่งพาพอร์ตเครดิตในระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัย มนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกจัดสรรสภาพคล่องผ่านการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกับพรอมิสที่เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมาย ซึ่งพร้อมรองรับความต้องการด้วยกระบวนการจัดการของระบบสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* ที่โปร่งใส หรือสามารถเลือกส่งเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านช่องทางสินเชื่อออนไลน์ อนุมัติไว ถูกกฎหมาย เพื่อให้สภาวะทางการเงินส่วนบุคคลของคุณขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นและไร้กังวล
คำถามที่พบบ่อย
ทำงานไม่ครบ 120 วัน มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยหรือไม่
ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน หากลูกจ้างมีอายุการทำงานต่อเนื่องยังไม่ครบ 120 วัน ในกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดทางวินัยร้ายแรง นายจ้างจะไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยเลิกจ้างภาคบังคับ แต่ลูกจ้างยังคงได้รับสิทธิ์ในส่วนของค่าจ้างตามวันทำงานจริงจนถึงวันสุดท้าย
ค่าตกใจ แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าคิดฐานเงินอย่างไร
ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจะคำนวณจากอัตราค่าจ้างรายวันสุดท้ายของลูกจ้าง คูณด้วยจำนวนวันตามรอบบัญชีการจ่ายค่าจ้างที่นายจ้างไม่ได้ทำการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งโดยทั่วไปจะคิดฐานเงินเท่ากับค่าจ้างจำนวน 1 งวด (หรือประมาณ 30 วัน)
หากนายจ้างจ่ายค่าชดเชยล่าช้า ลูกจ้างเรียกดอกเบี้ยได้ไหม
หากพ้นกำหนดเวลา 3 วันนับจากวันสิ้นสุดสัญญาจ้างและนายจ้างยังไม่ชำระเงินค่าชดเชยตามกฎหมายระบุให้ลูกจ้างมีสิทธิ์เรียกร้องดอกเบี้ยในระหว่างการผิดนัดชำระหนี้จากนายจ้างได้ในอัตรา 15% ต่อปี เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ์และรักษาผลประโยชน์ของคนทำงาน
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง