ที่ดินว่างเปล่า สรุปอัตราจัดเก็บภาษีฉบับพนักงานประจำ
การบริหารจัดการสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนทำงานประจำและมนุษย์เงินเดือน จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องภาระผูกพันทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการอัปเดตข้อมูลภาษีของพื้นที่ที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ทำประโยชน์ การทำความเข้าใจเกณฑ์คำนวณและตรวจสอบว่าที่ดินว่างเปล่าในปี 2569 ต้องเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่ จะช่วยให้คุณวางแผนจัดสรรงบประมาณในบัญชีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ทำความเข้าใจระเบียบข้อบังคับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทแทนที่ระบบกฎหมายรูปแบบเดิมอย่างภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนอย่างเต็มรูปแบบ วัตถุประสงค์หลักของการปรับเปลี่ยนระบบการเงินนี้คือ การกระตุ้นให้เจ้าของสินทรัพย์นำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม ลดการถือครองเพื่อเก็งกำไรเฉลี่ย และกระจายรายได้กลับคืนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นธรรม
รายชื่อกลุ่มบุคคลผู้มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามเกณฑ์กฎหมาย
กฎหมายระบบการเงินได้มีระเบียบเงื่อนไขข้อบังคับเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการรับผิดชอบภาษีประจำปีไว้ชัดเจน ดังนี้
- เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง หรือเจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมที่มีชื่อระบุอยู่บนหน้าโฉนดฉบับจริง
- ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของทางราชการ เช่น ผู้เช่าที่ราชพัสดุ
- ผู้ที่ถือครองกรรมสิทธิ์หรือใช้ประโยชน์ในสินทรัพย์นั้น ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีภาษีนั้น ๆ (หากซื้อขายหลังจากวันดังกล่าว ภาระจะนับในปีถัดไป)
- ในกรณีที่โฉนดผืนนั้นมีรายชื่อผู้ถือครองร่วมกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป ทุกคนในสัญญามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบยอดชำระภาษีร่วมกันตามเกณฑ์ความปลอดภัยทางกฎหมาย
อัตราการจัดเก็บภาษีประจำปี 2569 แยกตามประเภทการทำประโยชน์

การจัดเก็บภาษีประจำปี 2569 จะพิจารณาและคำนวณตัวเลขตามลักษณะการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์จริง โดยแบ่งโครงสร้างอัตราภาษีออกเป็น 4 ประเภทหลักตามมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์จากกรมธนารักษ์
1. กลุ่มที่ดินเพื่อการประกอบกิจกรรมเกษตรกรรม
พื้นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการทำนา ทำสวน ปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์ จะได้รับสิทธิ์โครงสร้างภาษีในอัตราต่ำสุด
- บุคคลธรรมดา: มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี / มากกว่า 50-125 ล้านบาท คิดอัตรา 0.01% / มากกว่า 125-150 ล้านบาท คิดอัตรา 0.03% / มากกว่า 150-550 ล้านบาท คิดอัตรา 0.05% / มากกว่า 550-1,050 ล้านบาท คิดอัตรา 0.07% / เกิน 1,050 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตรา 0.1%
- นิติบุคคล: มูลค่าไม่เกิน 75 ล้านบาท คิดอัตรา 0.01% / มากกว่า 75-100 ล้านบาท คิดอัตรา 0.03% / มากกว่า 100-500 ล้านบาท คิดอัตรา 0.05% / มากกว่า 500-1,000 ล้านบาท คิดอัตรา 0.07% / เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตรา 0.1%
2. กลุ่มที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์เป็นที่พักอาศัย
การจัดเก็บภาษีสำหรับบ้านหลังหลักและบ้านหลังที่สองของพนักงานประจำ จะมีเกณฑ์ลดหย่อนตามการมีชื่อในทะเบียนบ้าน
- บ้านหลังหลัก (เป็นเจ้าของที่ดินและมีชื่อในทะเบียนบ้าน): มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี / ส่วนที่เกิน 50-75 ล้านบาท คิดอัตรา 0.03% / มากกว่า 75-100 ล้านบาท คิดอัตรา 0.05% / เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตรา 0.1%
- บ้านหลังหลัก (เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน): มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท ยกเว้นภาษี / ส่วนที่เกิน 10-50 ล้านบาท คิดอัตรา 0.02% / เกินจากนั้นคิดตามขั้นบันไดสูงสุด 0.1%
- บ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป (ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน): มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท คิดอัตรา 0.02% / มากกว่า 50-75 ล้านบาท คิดอัตรา 0.03% / มากกว่า 75-100 ล้านบาท คิดอัตรา 0.05% / เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตรา 0.1%
3. กลุ่มที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
พื้นที่ที่ใช้ทำประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น สำนักงานออฟฟิศ ร้านอาหาร โรงงาน หรือที่พักรายวันโฮสเทล จะมีสัดส่วนการจัดเก็บที่สูงขึ้น
- มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.3%
- มูลค่ามากกว่า 50-200 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.4%
- มูลค่ามากกว่า 200-1,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.5%
- มูลค่ามากกว่า 1,000-5,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.6%
- มูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.7%
4. กลุ่มที่ดินว่างเปล่ารกร้างและไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร
สำหรับพื้นที่ดินที่ไม่มีการปลูกสร้างหรือปล่อยให้เป็นที่ดินว่างเปล่า โดยไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ โครงสร้างภาษีเริ่มต้นจะคิดในอัตราเท่ากับกลุ่มเชิงพาณิชย์ แต่อันตรายทางการเงินที่คนทำงานประจำต้องระวังคือเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม
- มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราเริ่มต้น 0.3% / มากกว่า 50-200 ล้านบาท อัตรา 0.4% / มากกว่า 200-1,000 ล้านบาท อัตรา 0.5% / มากกว่า 1,000-5,000 ล้านบาท อัตรา 0.6% / เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตรา 0.7%
- หากปล่อยทิ้งไว้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าติดต่อกันครบ 3 ปี ในปีที่ 4 ระบบการเงินจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 0.3% และจะบวกเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ในทุก ๆ 3 ปี จนกว่าจะมีการนำไปทำประโยชน์ โดยมีเพดานอัตราภาษีรวมสะสมสูงสุดไม่เกิน 3% ของราคาประเมิน
ตารางปฏิทินและกรอบเวลาการชำระภาษีประจำปี 2569
ในปี 2569 หน่วยงานภาครัฐได้มีการประกาศขยายระยะเวลาดำเนินการจัดเก็บภาษี เพื่ออำนวยความสะดวกและลดสภาวะตึงมือทางบัญชีให้แก่ประชาชน โดยมีกรอบเวลาปฏิทินทางการเงินที่พนักงานประจำต้องจดบันทึกไว้ดังนี้
- เดือนมกราคม 2569: ประกาศแจ้งรายการข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เจ้าของตรวจสอบความถูกต้อง
- เดือนเมษายน 2569: ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของทรัพย์สินในระบบ
- เดือนพฤษภาคม 2569: ส่งหนังสือแจ้งประเมินยอดภาษี (ภ.ด.ส.6-8) ตรงถึงที่อยู่ของเสียภาษี
- เดือนกรกฎาคม 2569: กำหนดกรอบเวลาสุดท้ายในการชำระภาษีประจำปีเต็มจำนวน หรือเลือกผ่อนชำระค่างวดภาษีงวดที่ 1
- เดือนสิงหาคม 2569: กำหนดกรอบเวลาผ่อนชำระภาษีงวดที่ 2 และเป็นช่วงที่หน่วยงานจะส่งหนังสือแจ้งเตือนกรณีค้างชำระ
- เดือนกันยายน 2569: กำหนดกรอบเวลาผ่อนชำระภาษีงวดที่ 3 และเป็นช่วงส่งรายชื่อผู้ค้างชำระให้แก่สำนักงานที่ดินเพื่อระงับการโอนสิทธิ์
ข้อควรระวังและค่าเบี้ยปรับในกรณีชำระหนี้ภาษีล่าช้าเกินกำหนด
การเพิกเฉยหรือส่งมอบเงินภาษีล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่ระบุในปฏิทินระบบการเงิน จะทำให้คนทำงานต้องเผชิญกับบทลงโทษทางการเงินและค่าเบี้ยปรับที่เพิ่มสูงขึ้นตามระยะเวลา
- ชำระล่าช้าแต่เดินทางไปจ่ายเองก่อนจะได้รับหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ: เสียค่าเบี้ยปรับ 10% ของยอดภาษีค้างชำระ
- ชำระเงินสดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้งเตือน: เสียค่าเบี้ยปรับ 20% ของยอดภาษีค้างชำระ
- ชำระเงินหลังจากกรอบเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งเตือนสิ้นสุดลง: เสียค่าเบี้ยปรับสูงสุดถึง 40% ของยอดภาษีค้างชำระ
- บทลงโทษเพิ่มเติมด้านเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยปรับ): เรียกเก็บเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของยอดภาษีค้างชำระ โดยนับตั้งแต่ฝ่าฝืนจนถึงวันชำระ
- มาตรการระงับทำนิติกรรม: หากค้างชำระ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังสำนักงานที่ดิน ทำให้ไม่สามารถทำเรื่องซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือจดจำนองสินทรัพย์ได้ และหากปล่อยค้างนานเกิน 90 วันหลังจากได้รับหนังสือเตือน หน่วยงานท้องถิ่นมีสิทธิ์ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อนำไปขายทอดตลาดตามกฎหมาย
แนวทางการจัดการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นเกณฑ์เกษตรกรรม

เพื่อลดภาระทางบัญชีจากโครงสร้างภาษีพื้นที่รกร้างที่ปรับเพิ่มขึ้นทุกปี มนุษย์เงินเดือนสามารถวางแผนบริหารจัดการทรัพย์สินโดยเปลี่ยนสภาพที่ดินว่างเปล่า ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมตามเกณฑ์มาตรฐานที่ประกาศโดยกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย
1. อัตราขั้นต่ำในการประกอบเกษตรกรรมด้านการปลูกพืช
การปรับเปลี่ยนพื้นที่ดินรกร้างให้เข้าเกณฑ์เกษตรกรรมเพื่อสิทธิ์ลดหย่อนภาษี จะต้องมีการปลูกพืชผลทางการเกษตรตามสัดส่วนความหนาแน่นขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดต่อพื้นที่ 1 ไร่ ตัวอย่างเช่น
- ปลูกกล้วย (กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม หรือกล้วยไข่) ไม่น้อยกว่า 200 ต้นต่อไร่
- ปลูกมะม่วง มะพร้าว หรือทุเรียน ไม่น้อยกว่า 20 ต้นต่อไร่
- ปลูกมะนาว ไม่น้อยกว่า 50 ต้นต่อไร่ หรือปลูกยางพารา ไม่น้อยกว่า 76 ต้นต่อไร่
2. อัตราขั้นต่ำในการประกอบเกษตรกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์
หากเลือกใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดินเพื่อการปศุสัตว์หรือการทำประมง ก็สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ลดหย่อนสัดส่วนภาษีได้เช่นกัน
- การเลี้ยงโคหรือกระบือโตเต็มวัย: ต้องมีพื้นที่ขนาดคอก 7 ตารางเมตรต่อตัว และใช้สัดส่วนที่ดิน 1 ตัวต่อพื้นที่ 5 ไร่
- การเลี้ยงสัตว์ปีกแบบปล่อย (เป็ดและไก่): ต้องมีพื้นที่โรงเรือนหรือพื้นที่ปล่อยขนาด 4 ตารางเมตรต่อตัวตามมาตรฐานปศุสัตว์
- การทำประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ: พื้นที่บ่อดิน บ่อปูน หรือโรงเพาะฟักที่มีความมุ่งหมายโดยตรงในการเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงพื้นที่คูน้ำและคันดินขอบบ่อที่ต่อเนื่องกัน จะได้รับสิทธิ์คำนวณในอัตราเกษตรกรรมทั้งหมด
วงเงินพร้อมใช้จากพรอมิส ตัวช่วยสำรองจ่ายภาษีและค่าปรับ
สำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป (ไม่เปิดรับกลุ่มฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจ) และกำลังวางแผนสร้างระเบียบวินัยทางบัญชีเพื่อจัดการภาระภาษีสินทรัพย์ หากเกิดเหตุฉุกเฉินกะทันหันในชีวิตประจำวันที่ทำให้ขาดสภาพคล่องชั่วคราว การเลือกยื่นคำขอเพื่อสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากพรอมิส พร้อมแนะนำแนวทางบริการวงเงินสำรองหมุนเวียนที่ถูกกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยสมัครได้ง่ายผ่านโมบายแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องไปสาขา* พิจารณาแจ้งผลไวใน 1 ชั่วโมง* เพื่อให้คุณนำไปจัดการรายจ่ายจำเป็นและเพิ่มความคล่องตัวทางบัญชีได้อย่างปลอดภัย การเข้าถึงบริการสินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว* ในระบบการเงินที่โปร่งใส จะช่วยให้คุณมีกระแสเงินสดสำรองพร้อมจ่ายค่าภาษีและค่าดำเนินการต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีโดยไม่มีข้อผูกมัดที่น่ากังวล
สรุปความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างถูกต้อง
การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว เริ่มต้นจากการรักษาระเบียบวินัยและการทำหน้าที่ตามข้อบังคับกฎหมายอย่างถูกต้อง การหมั่นอัปเดตข้อมูลและตรวจสอบเงื่อนไขภาษีที่ดินว่างเปล่าเป็นประจำทุกปี จะช่วยให้คนทำงานประจำสามารถป้องกันความเสี่ยงจากค่าเบี้ยปรับสะสม และหากในยามจำเป็นที่ต้องการสภาพคล่องมาเสริมระบบบัญชี การเลือกพึ่งพาบริการสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมาย อย่างพรอมิส จัดเป็นทางเลือกในระบบการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
ที่อยู่อาศัยที่ปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าต้องเสียภาษีในอัตราใด
ตามหลักเกณฑ์ชี้แจงร่วมระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย สิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัย ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะอยู่อาศัยเอง หรือปล่อยเช่าเพื่อการอยู่อาศัย จะได้รับการคำนวณภาษีในอัตราประเภทที่อยู่อาศัย (เริ่มต้น 0.02%) ไม่ต้องเสียในอัตราเชิงพาณิชย์
หากค้างชำระภาษีที่ดินระบบจะส่งผลเสียต่อธุรกรรมอย่างไร
การค้างจ่ายภาษีจนพ้นกรอบเวลาที่ระบุในหนังสือแจ้งเตือน ข้อมูลจะถูกส่งไปบันทึกระงับสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ทำให้คุณไม่สามารถทำนิติกรรมโอนสิทธิ์ ซื้อขาย หรือนำโฉนดไปจดจำนองได้จนกว่าจะเคลียร์ยอดค้างชำระพร้อมเบี้ยปรับทั้งหมด
การปรับพื้นที่รกร้างเป็นสวนเกษตรต้องใช้เกณฑ์คำนวณเท่าไหร่
การประเมินสิทธิ์จะยึดตามสัดส่วนความหนาแน่นของจำนวนต้นไม้หรือสัตว์เลี้ยงต่อไร่ตามที่ระบุในประกาศกฎหมายลูก เช่น หากคุณมีที่ดิน 1 ไร่ ต้องปลูกต้นกล้วยให้ครบเกณฑ์ขั้นต่ำ 200 ต้น ระบบการเงินท้องถิ่นจึงจะปรับเปลี่ยนประเภทการจัดเก็บจากพื้นที่รกร้างมาเป็นเกษตรกรรมให้เองโดยอัตโนมัติ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15%-25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป