Mobile Banking คืออะไร ตัวช่วยจัดการเงินยุคใหม่ที่ต้องมีติดเครื่อง
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยสมาร์ตโฟน การทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ธนาคารอีกต่อไป Mobile Banking กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราบริหารจัดการเงินได้อย่างอิสระทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะโอน จ่าย หรือตรวจสอบยอดเงิน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมการเงินนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมวิธีใช้งานผ่าน App Mobile Banking อย่างมืออาชีพและปลอดภัย
Mobile Banking คืออะไร

Mobile Banking คือ บริการทางการเงินที่ธนาคารมอบให้แก่ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต โดยเปรียบเสมือนการยกเคาน์เตอร์ธนาคารมาไว้ในมือคุณ ช่วยให้การทำธุรกรรมพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ขอเพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตและติดตั้ง App Mobile Banking ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสาขา
รวมฟีเจอร์เด็ดบน App Mobile Banking ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ปัจจุบัน App Mobile Banking ของแต่ละธนาคารได้พัฒนาฟีเจอร์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้
1. ถอนเงินไม่ใช้บัตร (Cardless ATM) หมดปัญหาลืมบัตร
ฟีเจอร์ยอดฮิตบน App Mobile Banking ที่ช่วยให้คุณถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้แม้จะลืมพกกระเป๋าสตางค์ เพียงแค่ทำรายการเลือกจำนวนเงินในแอป แล้วนำมือถือไปสแกน QR Code ที่หน้าตู้ ATM ของธนาคารนั้น ๆ ก็สามารถรับเงินสดออกมาใช้งานได้ทันที สะดวกและลดความเสี่ยงจากการทำบัตรหายหรือถูกคัดลอกข้อมูลบัตร
2. สแกน QR Code จ่ายและรับเงินได้ทันที
หมดยุคการพกเงินสดจำนวนมาก เพราะ Mobile Banking ช่วยให้คุณสแกนจ่ายค่าสินค้าและบริการได้ตั้งแต่ร้านรถเข็นสตรีทฟู้ดไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง QR Code ของตัวเองเพื่อรับเงินจากเพื่อนหรือลูกค้าได้สะดวก ช่วยให้การบริหารจัดการเงินสดในชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวสูงขึ้นมาก
3. ตั้งเวลาโอนเงินล่วงหน้าและจ่ายบิลอัตโนมัติ
สำหรับใครที่มีภาระค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือเงินให้ทางบ้าน App Mobile Banking มีฟีเจอร์ตั้งเวลาโอนเงินล่วงหน้าหรือหักบัญชีอัตโนมัติ (Auto Payment) ช่วยให้คุณไม่พลาดกำหนดชำระ ลดความเสี่ยงในการโดนตัดสัญญาณหรือค่าปรับจากการค้างชำระ และช่วยให้การวางแผนการเงินเป็นระบบมากขึ้น
4. ขอ Statement และตรวจสอบรายการย้อนหลังได้เอง
หากต้องการตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายย้อนหลังเพื่อวางแผนภาษีหรือยื่นขอสินเชื่อ คุณสามารถขอใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Statement) ผ่านทาง App Mobile Banking ได้ทันทีโดยระบบจะส่งไฟล์เข้าอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ไม่ต้องเดินทางไปสาขาและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเหมือนในอดีต ทำให้การเข้าถึงข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคลเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
5. จัดการวงเงินและระงับบัตรชั่วคราวได้ทันทีเมื่อฉุกเฉิน
ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด Mobile Banking ให้คุณควบคุมวงเงินการใช้จ่ายต่อวันได้ด้วยตัวเอง และในกรณีที่บัตรเครดิตหรือบัตร ATM หาย คุณสามารถกดยืนยันระงับบัตรชั่วคราวผ่านแอปได้ทันที เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำไปใช้ ก่อนที่จะติดต่อธนาคารเพื่อดำเนินการออกบัตรใหม่ในลำดับต่อไป
วิธีใช้ Mobile Banking ให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

แม้ว่า Mobile Banking จะมีความสะดวกสบาย แต่การใช้งานอย่างรู้เท่าทันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น นี่คือแนวทางปฏิบัติเพื่อให้บัญชีของคุณปลอดภัยอยู่เสมอ
ไม่กดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลปลอมที่แอบอ้างธนาคาร
มิจฉาชีพมักส่งข้อความแอบอ้างเป็นธนาคารเพื่อหลอกให้กดลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอม (Phishing) แล้วหลอกให้กรอกรหัสผ่าน จำไว้ว่าธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านผ่านทาง SMS หรืออีเมล หากพบข้อความสงสัย ให้เข้าตรวจสอบผ่าน App Mobile Banking โดยตรงหรือติดต่อ Call Center ของธนาคารเท่านั้น
ตั้งรหัสผ่านให้ซับซ้อนและใช้ระบบสแกนใบหน้า (Biometric)
หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านที่เดาง่าย เช่น วันเดือนปีเกิด หรือตัวเลขซ้ำ ๆ ในการเข้าใช้งาน Mobile Banking และควรเปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนด้วยอัตลักษณ์บุคคล (Biometric) เช่น การสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งก่อนทำธุรกรรมการเงิน
ระวังการสแกน QR Code จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
ก่อนสแกน QR Code เพื่อจ่ายเงินหรือทำรายการใด ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของร้านค้าหรือบุคคลที่ถูกต้องจริง ๆ มิจฉาชีพอาจนำ QR Code ปลอมมาแปะทับเพื่อหลอกโอนเงินเข้าบัญชีอื่น หรือหลอกให้เข้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย ดังนั้นควรสังเกตความผิดปกติและตรวจสอบชื่อผู้รับเงินใน App Mobile Banking ให้ถ้วนถี่ก่อนยืนยัน
ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางทุกครั้งก่อนกดยืนยันโอน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้งาน Mobile Banking คือการโอนเงินผิดบัญชี ดังนั้นก่อนกดยืนยันการทำรายการทุกครั้ง ต้องเสียเวลาตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และธนาคารของผู้รับให้ถูกต้อง หากยอดเงินสูงควรตรวจสอบเลขบัญชีซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดขั้นตอนยุ่งยากในการขอเงินคืน
สรุปบทความ
Mobile Banking คือนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินให้สะดวกสบายและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก การเรียนรู้ฟีเจอร์ต่าง ๆ และใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยให้คุณบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากในวันที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือต้องการเงินสำรองไว้จัดการภาระส่วนตัว สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส พร้อมเป็นทางออกที่เชื่อถือได้ สมัครสะดวกผ่านแอป ด้วยการอนุมัติทันใจใน 1 ชั่วโมง* วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* แนะนำให้กู้เพื่อจัดการปัญหาทางการเงินส่วนบุคคล แต่ไม่แนะนำให้กู้เพื่อไปทำธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mobile Banking
โทรศัพท์หายต้องทำอย่างไรกับ App Mobile Banking
ต้องรีบติดต่อ Call Center ของธนาคารเพื่อขอระงับบริการบนแอปพลิเคชันทันที และติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเพื่อระงับซิมการ์ด เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้าถึงบัญชีได้
เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ต้องแจ้งธนาคารหรือไม่
จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเบอร์โทรศัพท์ผูกกับระบบ OTP และการยืนยันตัวตนบน App Mobile Banking โดยส่วนใหญ่สามารถดำเนินการเปลี่ยนได้ที่ตู้ ATM หรือสาขาของธนาคาร
โอนเงินผิดบัญชีผ่านแอปต้องดำเนินการอย่างไร
ให้รีบรวบรวมหลักฐานการโอนเงิน (Slip) และแจ้งธนาคารต้นทางทันทีเพื่อประสานงานติดต่อบัญชีปลายทาง โดยห้ามติดต่อเจรจาขอคืนเงินด้วยตัวเองเพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป