เอาบ้านเข้าธนาคาร ต้องใช้อะไรบ้าง พร้อม 5 วิธีสำคัญเอาบ้านเข้าธนาคารที่ควรรู้

16/02/2569
สินเชื่อน่ารู้

สำหรับเจ้าของที่อยู่อาศัยที่กำลังมองหาเงินก้อนเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือใช้จ่ายในยามจำเป็น การเอาบ้านเข้าธนาคาร หรือที่หลายคนเรียกว่า "บ้านแลกเงิน" ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก บทความนี้จะช่วยเจาะลึกว่าขั้นตอนการเอาบ้านไปเข้าธนาคารมีรายละเอียดอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้คุณวางแผนรับเงินก้อนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด

การเอาบ้านเข้าธนาคาร คืออะไร

เอาบ้านเข้าธนาคาร


การเอาบ้านเข้าธนาคาร คือรูปแบบหนึ่งของการขอสินเชื่อโดยใช้ "อสังหาริมทรัพย์" เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์ที่ปลอดภาระหนี้แล้วมาเป็นหลักประกันในการขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อนำเงินสดมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ โดยธนาคารจะพิจารณาจากราคาประเมินของหลักทรัพย์ควบคู่กับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นหลัก

เอาบ้านเข้าธนาคาร ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ก่อนที่ท่านจะดำเนินการเอาบ้านไปเข้าธนาคาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า โดยเอกสารหลักที่จำเป็นต้องใช้มีดังนี้

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้า
  • สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

เอกสารยืนยันหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (ด้านหน้าและด้านหลัง)
  • ภาพถ่ายบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นหลักประกัน
  • แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของหลักประกันโดยสังเขป

เอกสารยืนยันรายได้ (กรณีพนักงานประจำ)

  • สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 60 วัน)
  • รายการเดินบัญชีเงินฝาก (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาเอกสารการเสียภาษีเงินได้ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี)

เอกสารยืนยันรายได้ (กรณีเจ้าของกิจการ)

  • รายการเดินบัญชีเงินฝากส่วนตัวหรือบัญชีกิจการย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
  • ภาพถ่ายกิจการและแผนที่ตั้ง
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)

5 วิธีเอาบ้านเข้าธนาคาร ทำอย่างไรบ้าง

วิธีเอาบ้านเข้าธนาคาร


หากท่านตัดสินใจแล้วว่าจะเอาบ้านเข้าธนาคารเพื่อนำเงินมาหมุนเวียน ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการกู้ยืมอย่างเป็นระบบ โดยมี 5 ขั้นตอนสำคัญที่ท่านควรทำความเข้าใจเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวท่านเอง ดังนี้

1. เลือกธนาคารที่มีความน่าสนใจ

ก่อนเริ่มเอาบ้านไปเข้าธนาคาร ควรศึกษาข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของธนาคารอย่างน้อย 2-3 แห่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบวงเงินที่จะได้รับและระยะเวลาการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับรายได้ เนื่องจากแต่ละแห่งมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ต่างกัน การเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำและมีค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมจะช่วยลดภาระในระยะยาวได้มาก

2. ยื่นเอกสารให้กับธนาคาร

เมื่อเลือกธนาคารที่ถูกใจได้แล้ว ให้ดำเนินการกรอกแบบฟอร์มคำขอสินเชื่อและยื่นเอกสารที่จัดเตรียมไว้ทั้งหมดทันที การเอาบ้านเข้าธนาคารในขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเบื้องต้นและประเมินคุณสมบัติของผู้กู้ หากเอกสารครบถ้วนจะช่วยให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้รวดเร็วขึ้น

3. ธนาคารประเมินหลักประกัน

ธนาคารจะนัดหมายเพื่อส่งเจ้าหน้าที่บริษัทประเมินเข้ามาสำรวจสภาพบ้านจริง เพื่อกำหนดราคาประเมินที่จะนำมาใช้คำนวณวงเงินกู้ การดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดีจะส่งผลต่อราคาประเมินที่สูงขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจมีค่าธรรมเนียมการประเมินที่ผู้กู้ต้องเป็นผู้ชำระ (ขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละธนาคาร)

4. รับฟังผลการอนุมัติสินเชื่อ

หลังจากประเมินหลักทรัพย์และตรวจสอบเครดิตเรียบร้อย ธนาคารจะแจ้งผลการอนุมัติรวมถึงวงเงินที่ท่านจะได้รับ หากท่านยื่นไปหลายแห่ง ท่านสามารถนำข้อเสนอมาเปรียบเทียบเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อนตอบตกลงรับวงเงิน การตัดสินใจในขั้นตอนนี้ควรดูที่ "ความสามารถในการผ่อนชำระ" เป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อรายจ่ายในอนาคต

5. ทำสัญญาเงินกู้และสัญญาจดจำนอง

ขั้นตอนสุดท้ายคือการนัดทำสัญญาที่สำนักงานที่ดินเพื่อจดจำนองบ้าน โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้

  • ค่าอากรแสตมป์ร้อยละ 0.05 ของวงเงินกู้
  • ค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อคุ้มครองหลักประกัน
  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามข้อตกลงของธนาคาร

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจเอาบ้านเข้าธนาคาร

ข้อควรระวังเอาบ้านเข้าธนาคาร


ก่อนจะดำเนินการเอาบ้านไปเข้าธนาคาร มีข้อควรระวังที่พนักงานประจำและมนุษย์เงินเดือนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบดังนี้

  • ภาระหนี้ระยะยาว: การจดจำนองบ้านเป็นการผ่อนชำระนานหลายปี ต้องมั่นใจว่ารายได้จะมั่นคงเพียงพอ
  • อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว: ดอกเบี้ยอาจมีการปรับขึ้นลงตามประกาศของธนาคาร ซึ่งส่งผลต่อค่างวดในอนาคต
  • ความเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์: หากขาดส่งค่างวดต่อเนื่อง ธนาคารมีสิทธิ์ดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย
  • ค่าใช้จ่ายแอบแฝง: นอกจากดอกเบี้ย ยังมีค่าประเมิน ค่าประกัน และค่าจดจำนองที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า

สรุปบทความ 

การเลือกเอาบ้านเข้าธนาคาร เป็นช่องทางที่ช่วยให้ท่านได้รับเงินก้อนใหญ่ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม การเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำความเข้าใจทั้ง 5 ขั้นตอนจะช่วยให้ท่านได้รับเงินทันเวลาตามที่ต้องการ แต่สำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้แน่นอนและต้องการกู้เงินไม่ต้องมีหลักทรัพย์เพื่อจัดการเรื่องด่วนทันใจ แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส อนุมัติทันใจใน 1 ชั่วโมง* วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท* ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วสำหรับการจัดการปัญหาทางการเงินฉุกเฉิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเอาบ้านเข้าธนาคาร

วิธีคืนบ้านให้ธนาคาร

การคืนบ้านหรือ "การตีทรัพย์ชำระหนี้" เป็นทางเลือกเมื่อผ่อนไม่ไหว โดยต้องเจรจากับธนาคารเพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์บ้านให้ธนาคารเป็นการชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนตามราคาที่ตกลงกัน

การจำนองบ้านสามารถได้เงินสูงสุดเท่าไหร่

ส่วนใหญ่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินที่ร้อยละ 70-90 ของราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับประเภทของอสังหาริมทรัพย์และนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ด้วยครับ

การจำนองบ้านกับธนาคารมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียมจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ที่ต้องจ่ายให้กรมที่ดิน นอกจากนี้ยังมีค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมิน และเบี้ยประกันอัคคีภัยที่ผู้กู้ต้องจัดเตรียมไว้

 

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง
*ไม่ต้องไปสาขา สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป

สมัครออนไลน์

สมัครออนไลน์

คลิกที่นี่

พร้อมรู้กับพรอมิส

บ้านแลกเงิน
สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส
กู้ซื้อบ้าน
อ่านต่อ​