สภาพคล่องทางการเงินคืออะไร เช็กสัญญาณเตือนธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่อง
ในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เหล่าธุรกิจ SMEs ต่างต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ที่ท้าทายมากมาย ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ สภาพเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร และสภาพภูมิอากาศ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเริ่มขาดสภาพคล่อง เงินทุนเริ่มลดน้อยลง จนทำให้ต้องปิดกิจการ แต่ถ้าหากเรารู้สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่อง ก็จะช่วยให้คุณสามารถจัดการได้ทันเวลา
สภาพคล่องทางการเงินคืออะไร?
สภาพคล่องทางการเงิน คือ ความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วโดยที่มูลค่าไม่ลดลงมากนัก สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดคือเงินสดและเงินฝากในธนาคาร เพราะสามารถนำออกมาใช้จ่ายชำระหนี้ได้ทันที ในขณะที่ที่ดินหรือเครื่องจักรจัดเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องต่ำเพราะต้องใช้เวลาในการขายนาน การมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีจึงหมายถึงการที่คุณมีทรัพยากรพร้อมใช้สำหรับภาระผูกพันระยะสั้นนั่นเอง
รู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจขาดสภาพคล่อง
สัญญาณของการขาดสภาพคล่องทางการเงิน มักจะค่อย ๆ ปรากฏออกมาผ่านพฤติกรรมการจ่ายและรับเงิน หากคุณเริ่มรู้สึกถึงความตึงมือทางการเงิน ลองตรวจสอบปัจจัยเหล่านี้ดู
- จ่ายเงินล่าช้า: เริ่มเลื่อนชำระค่าเช่า ค่าน้ำไฟ หรือค่าจ้างพนักงานบ่อยขึ้น
- กู้ยืมระยะสั้นถี่ผิดปกติ: มีการกู้เงินมาหมุนเวียนเพื่อจ่ายหนี้ก้อนเก่าแบบเดือนชนเดือน
- สต๊อกสินค้าล้น: มีสินค้าคงเหลือเยอะแต่เปลี่ยนเป็นยอดขายได้ช้า ทำให้เงินจม
- หนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน: ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการจ่ายหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดในอนาคตอันใกล้
5 สัญญาณเตือน ธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่อง
สำหรับ 5 สัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่องที่เรารวบรวมมา จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถสังเกตความผิดปกติ และสามารถหาทางรับมือได้ก่อนที่จะสายเกินไป จะมีสัญญาณใดที่ธุรกิจของคุณกำลังเผชิญอยู่บ้าง ไปดูกัน
1. สินค้าคงเหลือในสต๊อก
การที่เรามีสินค้าคงเหลือในสต๊อกค่อนข้างมาก จะทำให้เงินของเราจมอยู่กับสต๊อกสินค้านั้น ซึ่งถ้าหากเป็นสินค้าที่สามารถเก็บได้นานก็อาจจะไม่ได้กระทบกับเรามากนัก แต่หากเป็นสินค้าที่ไม่สามารถเก็บได้นาน และอาจจะหมดอายุ และสร้างความเสียหายให้ธุรกิจของเรา เพราะไม่สามารถแปลงสินค้าเหล่านั้นเป็นเงินสดเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจต่อ และขาดสภาพคล่องทางการเงินได้
2. กำไรลดลง
เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากข้อที่ 1 เพราะเมื่อเรามีสินค้าคงเหลือในสต๊อกเยอะ นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถสร้างยอดขายกลับมาให้ธุรกิจได้ นอกจากนี้เมื่อกำไรลดลงยังเป็นสัญญาณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของเรา เช่น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ค่าวัตถุดิบแพง ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง เป็นต้น ซึ่งคุณจะต้องมานั่งดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ว่ามีส่วนใดที่ผิดพลาด หรือมีค่าใช้จ่ายแฝงใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ หรือรีบแก้ปัญหาในทันที
3. เงินทุนหมุนเวียนน้อยกว่าต้นทุนคงที่
ต้นทุนคงที่ คือ ค่าใช้จ่ายที่กิจการต้องจ่ายเป็นประจำ โดยไม่ขึ้นอยู่กับยอดขาย หรือปริมาณการผลิต และสามารถประเมินล่วงหน้าได้ ซึ่งธุรกิจควรมีเงินทุนหมุนเวียนครอบคลุมต้นทุนคงที่เหล่านี้ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ราบรื่น และมีเงินเพียงพอเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายหนี้
4. ระบบบัญชีหละหลวม
หากคุณมีระบบบัญชีที่ไม่รัดกุมและไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงได้ง่าย นอกจากนี้การที่ข้อมูลในบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็อาจจะทำให้คุณคาดการณ์สถานการณ์ และตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพการเงินในระยะยาวได้ ทางที่ดีควรเลือกใช้ระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานจะดีกว่า
5. คู่ค้าจ่ายเงินไม่ตามกำหนด
การที่คู่ค้าของเราจ่ายเงินไม่ตรงตามกำหนด จะส่งผลกระทบต่อเงินหมุนเวียนในธุรกิจของเราได้ ทำให้ต้องหาเงินทุนมาเพิ่ม เพื่อให้มีกระแสเงินสดเพียงพอในการทำธุรกิจ ดังนั้นหากคู่ค้าเริ่มมีการขอเลื่อนชำระหนี้ ก็ควรจะรีบวางแผนเตรียมความพร้อมเรื่องเงินทุนหมุนเวียนให้ดี
เมื่อธุรกิจขาดสภาพคล่อง จะทำอย่างไรดี
หากคุณพบว่าธุรกิจเริ่มสะดุด การยอมรับความจริงและรีบแก้ไขคือทางออกที่ดีที่สุด คุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารการเงินอย่างไร ให้เกิดความคล่องตัวสูงสุดผ่านขั้นตอนดังนี้
1. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก
เริ่มจากการตรวจสอบรอยรั่วและตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกทันทีครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในสำนักงานที่ไม่จำเป็น หรือการเปลี่ยนไปใช้ซัพพลายเออร์ที่ให้เงื่อนไขการชำระเงินยืดหยุ่นกว่า เพื่อประหยัดกระแสเงินสดไว้ใช้ในส่วนที่สำคัญต่อสภาพคล่องทางการเงินมากกว่า
2. ขายของที่ไม่จำเป็นออก
อุปกรณ์ เครื่องจักร หรือแม้แต่สต๊อกสินค้าที่นอนนิ่งอยู่นาน ควรนำมาจัดโปรโมชั่นเพื่อระบายออกเป็นเงินสด แม้บางครั้งอาจต้องยอมลดราคาบ้างเพื่อให้ได้เงินสดกลับมาหมุนเวียน แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้รวดเร็วที่สุดวิธีหนึ่ง
3. จัดการสินค้าคงคลังใหม่
ปรับระบบการสั่งซื้อสินค้าให้เป็นแบบ Just-in-time หรือสั่งตามปริมาณที่คาดว่าจะขายได้จริง เพื่อป้องกันเงินจมในอนาคต การจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทกลับมาแข็งแรงในระยะยาว
4. กลยุทธ์เพิ่มรายได้
เน้นการทำการตลาดที่สร้างรายได้ในระยะสั้น เช่น การขายเป็น Package ล่วงหน้า หรือการจัด Campaign กระตุ้นยอดขายกับลูกค้าเก่า การเพิ่มกระแสเงินสดไหลเข้าอย่างรวดเร็วจะช่วยบรรเทาภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ
5. หาเงินทุนระยะสั้น
การขอสินเชื่อหมุนเวียนจากสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อนำเงินมาเติมในส่วนที่ขาดหายไปชั่วคราว แต่ต้องมีการคำนวณดอกเบี้ยและแผนการชำระคืนที่รัดกุม เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ใหม่ย้อนกลับมาทำลายสภาพคล่องทางการเงินในภายหลัง
6. วางแผนทางการเงินใหม่
การทำงบประมาณอย่างละเอียดและการพยากรณ์กระแสเงินสดล่วงหน้า (Cash Flow Forecast) จะช่วยให้คุณเห็นจุดเสี่ยงก่อนที่เงินจะหมดมือ การวางแผนใหม่นี้จะช่วยให้การบริหารการเงินของคุณมีทิศทางที่ชัดเจนและมั่นคงขึ้น
สรุปบทความ
หากคุณรู้สึกว่าธุรกิจของตัวเองมีปัญหา เราแนะนำว่าให้ลองไปตรวจเช็กสภาพคล่องของธุรกิจ ตามสัญญาณเตือนเหล่านี้ให้ครบ หากธุรกิจของคุณขาดสภาพคล่องให้รีบหาแนวทางแก้ไขในทันที หรือหากคุณต้องการตัวช่วยคืนสภาพคล่องทางการเงินกลับมาให้ธุรกิจ การขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจก็นับว่าเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เพราะคุณจะได้รับเงินก้อนมาหมุนเวียนใช้จ่าย เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ต้องมีเงินหมุนเวียนใช้จ่าย แต่ชีวิตประจำวันของเราก็จำเป็นจะต้องมีเงินหมุนเวียนเพื่อใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากคุณเป็นพนักงานบริษัท ไม่ได้ทำธุรกิจ และมีปัญหาสภาพคล่องด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเข้ามาขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับ Promise เพื่อรับเงินก้อนไปใช้จ่าย เสริมสภาพคล่องได้เลย ทั้งนี้ เงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
สภาพคล่องทางการเงินต่ำ กับขาดทุน แตกต่างกันอย่างไร?
การขาดทุนคือรายจ่ายมากกว่ารายได้ในงบกำไรขาดทุน แต่การขาดสภาพคล่องคือการไม่มีเงินสดในมือเพื่อชำระหนี้ตามกำหนด แม้บริษัทจะมีกำไรแต่ถ้าเก็บเงินไม่ได้ก็ขาดสภาพคล่องได้
ธุรกิจควรมีสภาพคล่องทางการเงิน หรือเงินสดสำรองเท่าไหร่ ถึงจะปลอดภัย?
โดยทั่วไปควรมีเงินสดสำรองครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่อย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ยอดขายจะหยุดชะงักชั่วคราว
สัญญาณเตือนที่อันตรายที่สุดของปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน คืออะไร?
สัญญาณที่อันตรายที่สุดคือการเริ่ม "กู้เงินใหม่มาใช้หนี้เก่า" (Debt Cycling) เพราะบ่งบอกว่ากระแสเงินสดปกติไม่เพียงพอต่อการจ่ายภาระผูกพันเดิมแล้ว
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง