ไขข้อสงสัย ภาระหนี้เยอะอยากขอสินเชื่อเพิ่มได้ไหม

หลายคนคงเคยประสบปัญหา มีภาระหนี้เยอะ อยากขอสินเชื่อเพิ่ม เพื่อมาช่วยแก้ไขสภาพคล่องทางการเงินที่มีอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะขอเพิ่มได้หรือเปล่า เพราะภาระหนี้ที่มีอยู่ก็ยังผ่อนชำระไม่หมด กลัวว่าทางสถาบันทางการเงินจะตีตกแบบไม่พิจารณา วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยในการกู้เงินเพิ่มว่าทำได้ไหม และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอะไรบ้าง
ภาระหนี้เยอะอยากขอสินเชื่อเพิ่มได้ไหม

แม้ว่าจะมีภาระหนี้เยอะ เป็นหนี้ธนาคารอยู่ ก็ยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้ เพียงแต่ภาระหนี้ที่แบกอยู่จะต้องมีการชำระตรงตามเวลาทุกครั้ง และต้องไม่มีประวัติเสียติดอยู่ในเครดิตบูโร เพราะทางสถาบันการเงินจะดูที่ตรงนั้นเป็นหลัก ว่าผู้ขอกู้เงินเพิ่มนั้นมีวินัยทางการเงินหรือไม่
ถ้ากำลังเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต จะขอกู้ได้อีกหรือไม่

หากคุณมีหนี้ต้องผ่อนชำระหลายอย่าง ทางสถาบันทางการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ ก็จะดูความสามารถในการผ่อนของคุณ อย่างเช่น ภาระการผ่อนชำระของหนี้ก้อนอื่นที่แบกอยู่นั้น มีสัดส่วนอยู่ที่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับรายได้ของผู้กู้ รวมไปถึงประวัติทางการเงินในเครดิตบูโร เรามาเจาะลึกกันอีกสักนิด ว่าเกณฑ์ที่ว่ามามันมีอะไรบ้าง
ธนาคารหรือแหล่งเงินกู้ ใช้อะไรพิจารณาในการอนุมัติเงินกู้บ้าง
เกณฑ์การพิจารณาการกู้เงินเพิ่ม ในกรณีที่ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ สามารถขอสินเชื่อเพิ่มได้ แต่หลักๆ สถาบันทางการเงินจะใช้เกณฑ์พิจารณา 3 อย่างนี้ ว่าจะปล่อยสินเชื่อเพิ่มหรือไม่
● ความสามารถในการชำระหนี้ - จะใช้วิธีคิดจากอัตราส่วนภาระหนี้สินที่มีอยู่ แล้วนำไปเทียบกับรายได้ ว่ามีสัดส่วนอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนมากจะมีเกณฑ์พิจารณาที่ไม่ควรเกินประมาณ 30% ของรายได้
● คุณสมบัติอื่นของผู้กู้ - ประวัติการทำงาน สถานที่ทำงาน และอายุการทำงาน ล้วนเป็นสิ่งที่สถาบันทางการเงินใช้ในเกณฑ์พิจารณาทั้งสิ้น เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และแสดงถึงความมั่นคงทางรายได้ของผู้กู้
● พิจารณาจากหลักประกันเงินกู้ - อีกหนึ่งเกณฑ์ที่ช่วยให้การพิจารณาผ่านได้ง่ายมากขึ้น ก็คือ การใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน อย่าง บ้าน ที่ดิน หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่า เพราะสถาบันทางการเงินที่ปล่อยกู้มองว่า ความเสี่ยงจะมีน้อยกว่า การปล่อยกู้ให้ผู้ไม่มีหลักประกัน
ตัวอย่างคำนวณ มีหนี้อยู่เท่านี้ ยังกู้เพิ่มได้อีกเท่าไหร่
เพื่อแสดงให้เห็นสมมติฐานการคำนวณสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ตามเกณฑ์มาตรฐานทางการเงินในการประเมินสิทธิ์วงเงินใหม่ พนักงานประจำสามารถศึกษาแนวทางการคำนวณแบบตัวเลขจริงได้ดังนี้
ข้อมูลสมมติฐานการคำนวณทางบัญชี
- ฐานเงินเดือนประจำของพนักงาน: 30,000 บาทต่อเดือน
- เกณฑ์เพดานภาระหนี้รวมสูงสุดที่ระบบอนุญาต (DSR 40%): 12,000 บาท
- ภาระรายจ่ายค่างวดคงเดิมที่มีอยู่ (ค่างวดรถยนต์): 7,000 บาทต่อเดือน
- สัดส่วนวงเงินค่างวดคงเหลือที่สามารถแบกรับเพิ่มได้: 5,000 บาทต่อเดือน (12,000 - 7,000)
สมมติฐานกรณีขอสัญญาสินเชื่อใหม่เพื่อจัดสรรค่างวด
- เงินต้นสินเชื่อที่ยื่นขอ: 50,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ยคำนวณรวมค่าธรรมเนียม: 25% ต่อปี
- กรอบระยะเวลาข้อตกลงการผ่อนชำระคืนหนี้: 36 เดือน
- สัดส่วนค่างวดเฉลี่ยรวมดอกเบี้ยทั้งสัญญา: ประมาณ 1,988 บาทต่อเดือน
- ยอดรวมดอกเบี้ยทั้งหมดตลอดอายุสัญญา: 21,568 บาท
ผลลัพธ์เชิงตัวเลขสะท้อนว่า สัดส่วนค่างวดใหม่ (1,988 บาท) ไม่เกินกว่าวงเงินคงเหลือที่คุณรับได้ (5,000 บาท) ระบบประมวลผลจึงประเมินว่าพอร์ตการเงินนี้มีความปลอดภัยและมีโอกาสผ่านเกณฑ์อนุมัติในระบบสูง
เคล็ดลับเป็นหนี้อยู่จะขอสินเชื่อเพิ่มอย่างไรให้ผ่าน
แม้ว่าเกณฑ์พิจารณาที่กล่าวไป อาจทำให้หลายคนเกิดความกลัวจนไม่กล้าขอสินเชื่อเพิ่ม แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ได้ยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำตามด้านล่างนี้ การขอกู้สินเชื่อครั้งต่อไป ก็จะไม่ยากอย่างที่คิด
● ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง - ก่อนจะขอกู้เงินเพิ่ม ควรเช็กคุณสมบัติของตัวเราเองเบื้องต้น ทั้งเรื่องของอายุงาน ฐานเงินเดือนที่กำหนด และเกณฑ์อื่นๆ ที่ทางสถาบันการเงินกำหนดไว้ เพราะถ้าไม่ตรงตามเงื่อนไข ก็มีโอกาสที่จะตกแบบทันที
● รักษาเครดิตให้ดี - การรักษาเครดิตให้ดี คือการรักษาประวัติทางการเงินให้ดี หากมีหนี้ค้างชำระอะไร ก็ต้องจ่ายให้ตรงตามค่างวด เพื่อเป็นการแสดงถึงวินัยในการบริหารจัดการเงินของผู้กู้
● ไม่ควรมีหนี้หลายก้อน - การมีภาระหนี้ติดพันอยู่หลายส่วน จะทำให้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงที่จัดการได้ไม่หมด จึงควรกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรถือสินเชื่อที่ไม่ได้จำเป็นพร้อมกันหลายตัว
● ควรยื่นเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้อง - สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่หลายคนมักจะพลาด คือการส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามที่สถาบันทางการเงินร้องขอ เพราะในหลายๆ ครั้ง บางคนเลือกที่จะเลี่ยงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรายได้ หรือเอกสารทางบัญชี เพราะกลัวว่าจะโดนตีตกจากจุดนี้
H2 วิธีป้องกันไม่ให้หมุนเงินไม่ทันเกิดขึ้นซ้ำอีก
เพื่อเป็นการตัดวงจรปัญหาในระยะยาว พนักงานประจำควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างเกราะป้องกันทางระบบบัญชีส่วนบุคคล เพื่อไม่ให้กลับมาเผชิญสภาวะติดขัดทางสภาพคล่องซ้ำอีก โดยมีแนวปฏิบัติที่แนะนำดังนี้
- เริ่มต้นกระบวนการวางแผนการเงินอย่างจริงจัง: แบ่งสัดส่วนรายได้ประจำออกแบบชัดเจน โดยใช้สูตรมาตรฐานในการออมเงินก่อนใช้ เพื่อคุมสัดส่วนรายจ่ายไม่ให้เกินตัว
- จัดตั้งกองทุนเงินสำรองฉุกเฉิน: พนักงานบริษัทควรแยกบัญชีเพื่อสำรองกระแสเงินสดไว้ประมาณ 3 - 6 เท่าของสัดส่วนรายจ่ายจำเป็นรายเดือน เพื่อไว้ใช้จ่ายในคราวจำเป็นโดยไม่ต้องเข้าเกณฑ์กู้เงินฉุกเฉินบ่อยครั้ง
- หมั่นตรวจสอบยอดภาระหนี้สินรวม: ควบคุมสัดส่วนการผ่อนชำระหนี้สินรวมต่อเดือนไม่ให้เกิน 30% - 40% ของฐานเงินเดือนประจำ เพื่อคงสภาพคล่องในระบบครัวเรือนให้ปลอดภัย
สรุปบทความ ไขข้อสงสัย ภาระหนี้เยอะอยากขอสินเชื่อเพิ่มได้ไหม
ถึงแม้จะมีภาระหนี้ที่เยอะ แต่คำถามที่ว่าเป็นหนี้กู้เพิ่มได้ไหม คำตอบคือยังขอสินเชื่อเพิ่มได้ เพียงแค่ต้องมีวินัยในการชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลา และมีภาระหนี้ส่วนอื่น ๆ ที่ต้องจ่าย ให้อยู่ในระดับที่พอจ่ายไหวเมื่อหักลบกับรายได้แล้ว เพียงเท่านี้ การขอสินเชื่อเพิ่มก็ไม่ได้ยากอีกต่อไป
สำหรับคนทำงานประจำที่มีประวัติการเงินโปร่งใสและกำลังมองหาพาร์ตเนอร์เพื่อแนะนำช่องทางเสริมสภาพคล่องในระบบ การจัดสรรพอร์ตเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์ของพรอมิส ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยในการช่วยประคับประคองกระแสเงินสดครัวเรือนของคุณในยามจำเป็นอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะพนักงานบริษัทบางกลุ่มที่มองหาข้อตกลงประเภทสินเชื่ออนุมัติง่ายภาระหนี้เยอะ แต่สำหรับพรอมิสเราเน้นกระบวนการพิจารณาตรวจสอบที่รอบคอบและเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
ผ่อนบ้าน ผ่อนรถอยู่ ขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มได้ไหม
สามารถยื่นขอเพิ่มได้ตามเกณฑ์สากล หากสัดส่วนค่างวดเดิมรวมกับค่างวดใหม่เมื่อประมวลผลแล้วยังไม่เกินสัดส่วนเพดานหนี้สูงสุด (DSR) ของฐานรายรับประจำ และผู้สมัครไม่มีประวัติค้างชำระหนี้ในระบบการเงิน
มีหนี้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน กู้เพิ่มได้ไหม
หากพอร์ตเดิมมีสถิติมูลค่าหนี้บัตรเต็มเพดานวงเงินทุกใบ อาจส่งผลต่อระดับความน่าเชื่อถือทางบัญชี แนะนำให้พนักงานประจำทยอยเคลียร์ยอดบางส่วนลง หรือบางกรณีอาจต้องพิจารณาข้อตกลงเพื่อเคลียร์หนี้แฮร์คัทเพื่อปิดบัญชีเดิมก่อนยื่นกู้ใหม่
ภาระหนี้ไม่ควรเกินกี่ % ของรายได้ ถึงจะกู้เพิ่มผ่าน
เพื่อให้กระบวนการพิจารณาสัญญาผ่านเกณฑ์ได้ง่าย สัดส่วนภาระรายจ่ายในการผ่อนชำระรวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 30% - 40% ของฐานเงินเดือนประจำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังมีกระแสเงินสดคงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาเพิ่มเติม promise.co.th
*อนุมัติใน 1 ชั่วโมง เมื่อยื่นเอกสารครบก่อน 18.00 น. และไม่มีเหตุขัดข้อง